 |
  |
ประกันสุขภาพ
เพื่อประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ความไม่มีโรค
เป็นลาภอันประเสริฐ เป็นคำกล่าวที่คงไม่มีใครเถียงว่า
เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากจะให้มีไปตลอด แต่ชีวิตคนเราหลังจากที่เกิดมาแล้ว
ก็มักจะหนีไม่พ้นเรื่องของความแก่ การเจ็บไข้ได้ป่วย
และความตายในที่สุด
แต่บางครั้งบางคนซึ่งบังเอิญโชคร้ายต้องปะเหมาะรู้จักกับการเจ็บป่วยที่ไม่ธรรมดา
และหนักหนาสาหัสจนทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน บั่นทอนทั้งทางร่างกาย
ทางจิตใจและที่แน่นอนที่สุดก็คือ กำลังทรัพย์
ถึงแม้ว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา การพัฒนาทางการแพทย์ที่รุกก้าวไปอย่างรวดเร็ว
ทำให้โรคร้ายบางชนิดซึ่งในอดีตเคยคร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นไข้มาลาเรีย โรคโปลิโอ ไข้เหลือง
กลายเป็นโรคที่ไม่ใช่เรื่องยากในการรักษาอีกต่อไป
หรือแม้กระทั่งการรักษาโรคหัวใจด้วยการผ่าตัดบายพาสที่เคยเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตในสมัยไม่กี่สิบปีก่อน
แต่ปัจจุบันกลับเป็นเรื่องที่เราได้ยินหรือได้เห็นผู้ป่วยตัดสินใจทำกันบ่อยขึ้นพอๆกับการผ่าตัดไส้ติ่งก็ไม่ปาน
อย่างไรก็ตามความชำนาญในการเยียวยารักษาและเทคโนโลยี่ที่ใช้ในการรักษาของแพทย์จะมีมากขึ้นเป็นลำดับ
รวมทั้งตัวยาใหม่ๆที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ตัวเลขสถิติที่ออกมาก็ยังยืนยันว่า
สาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้คนไทยเราต้องเสียชีวิตมากที่สุดก็คือมะเร็ง
ส่วนอันดับสองคืออุบัติเหตุ และที่ตามมาติดๆเป็นอันดับสามหนีไม่พ้นโรคหัวใจ
และอย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าหากใครซักคนเกิดโชคร้ายป่วยเป็นมะเร็ง
โรคหัวใจ หรือแม้กระทั่งโรคที่อาจจะร้ายแรงน้อยลงกว่านั้นเช่นโรคภูมิแพ้
ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตของคนกรุง ล้วนแต่เป็นโรคที่ต้องใช้เวลาในการรักษาที่ยาวนาน
และแน่นอนว่าค่ารักษาพยาบาลที่ตามมาก็ต้องสูงตามไปด้วยเช่นกัน
จนบางครั้งมันอาจทำให้คุณถึงกับหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ
เพราะตัวเลขที่คุณต้องจ่ายมันมากเสียจนคุณเองคิดไม่ถึง
ลองดูจากข้อมูลที่เรานำมาเสนอ ซึ่งเป็นค่ารักษาพยาบาลในการเข้าผ่าตัดบายพาสโรคหัวใจ
ที่เริ่มต้นตั้งแต่ครึ่งล้านไปจนถึงหลายล้านบาทขึ้นอยู่กับลักษณะความซับซ้อนในการรักษาของผู้ป่วยแต่ละคน
หลายคนอาจจะเถียงว่านี่ยังดีที่เป็นเมืองไทย
หากคุณลองไปเจ็บไข้ได้ป่วยในต่างประเทศ เช่นอเมริกา
ค่ารักษาพยาบาลอาจจะสูงกว่านี้มากหลายเท่าตัว
แต่อย่าลืมว่าที่โน่น หากคุณเป็นประชาชนในประเทศ
ระบบประกันสังคมของรัฐบาลจะช่วยแบ่งเบาภาระตัวนี้ไปได้มากโข
ในขณะที่เมืองไทย หลายคนคงเดาไม่ถูกว่า โครงการรักษา
30 บาทรักษาทุกโรค จะช่วยได้กี่มากน้อย และจะอยู่กับคนไทยไปได้อีกนานแค่ไหน
หลายท่านคงเคยได้ยินมาบ้างว่าในช่วงชีวิตของคนเรา
ค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นตลอดช่วงชีวิต 80%
จะถูกใช้ในช่วง 2 ปีสุดท้ายก่อนที่เราจะหมดลมหายใจ
เพราะฉะนั้นทางที่ดีเราจึงต้องมีเงินก้อนเก็บเอาไว้เพื่อการดูแลรักษาตัวเองในช่วงนั้นให้มากหน่อย
ยิ่งถ้าคุณอายุยืนยาวได้ถึง 80 หรือ 90 ปี เงินก้อนนี้ของคุณก็ต้องมากขึ้นไปกว่าเดิม
เพราะประกันสุขภาพของบริษัทประกันส่วนใหญ่ จะมีขอบเขตการรับประกันให้กับคุณได้จนคุณอายุถึง
60 ปีเท่านั้น จะมีก็แต่ประกันสุขภาพของเอไอเอ
ที่ขยายขอบเขตไปจนถึง 70 ปี เพราะต้นทุนในการรับประกันของคนที่อายุมากนั้นจะสูงจนบริษัทประกันไม่สามารถแบกรับภาระนั้นได้
คราวนี้คุณคงเริ่มเห็นด้วยว่าการที่เรามีประกันสุขภาพเป็นตัวช่วยแบ่งเบาภาระในเรื่องค่ารักษาพยาบาลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเราทุกคน
ถึงแม้ว่าจะมีข้อแม้ในเรื่องของอายุ แต่อย่าลืมว่าหากเราสามารถลดค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้ได้
ในขณะที่คุณอายุยังไม่ถึง 60 ย่อมจะมีส่วนช่วยทำให้เงินก้อนที่เราจะเก็บเอาไว้ใช้รักษาตัวเองในช่วงอายุเกินกว่านั้นมากขึ้นกว่าเดิม
เพราะฉะนั้น
M&W ฉบับนี้จึงขอนำเสนอแนวทางในการพิจารณา
เพื่อเลือกซื้อประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับตัวเราและสมาชิกในครอบครัวของเราทุกคน
ก่อนที่เราจะเริ่มมองประเด็นต่างๆ
เราจะต้องทราบกันก่อนว่า หากคุณต้องการที่จะซื้อประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียว
คุณจะต้องซื้อจากบริษัทประกันที่ไม่ใช่บริษัทประกันชีวิต
หลายคนคงเริ่มสงสัยว่า แล้วที่บริษัทประกันชีวิตเสนอขายประกันสุขภาพควบคู่มากับประกันชีวิตนั้นมันไม่ใช่ประกันสุขภาพชนิดเดียวกันหรืออย่างไร
ถูกต้องแล้วครับ มันคือประกันสุขภาพเหมือนกัน
แต่กฎหมายกำหนดว่า บริษัทประกันชีวิตไม่สามารถขายประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียวโดดๆ
ให้กับผู้ที่ต้องการซื้อได้ หากคุณต้องการซื้อประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจประกันชีวิต
คุณต้องติดต่อกับซื้อจากบริษัทประกันที่ไม่ใช่บริษัทประกันชีวิต
เริ่มกันยังไงดี
ประเด็นแรกที่เราจะต้องมองก็คือ
ความต้องการของเราเองที่จะเลือกหาหรือเลือกใช้การรักษาพยาบาลแบบไหน
และอย่างไร จากตารางค่าใช้จ่ายที่เห็น คุณคงพอจะมองออกว่า
ค่าใช้จ่ายของคุณจะเป็นอย่างไรหากคุณเกิดเจ็บป่วยและต้องเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการ
เริ่มตั้งแต่ค่าห้อง ซึ่งมีให้คุณเลือกตั้งแต่
1,500 บาทต่อคืนสำหรับโรงพยาบาลกรุงธน ไปจนถึง
4,000 บาทต่อคืนหากคุณต้องการเข้าที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
และถ้าหากคุณต้องการอยู่ห้องพิเศษ หรือห้องสวีท
ค่าใช้จ่ายตัวนี้ก็อาจจะวิ่งขึ้นไปถึง 15,000
บาทได้เช่นกัน
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าอยากจะพักรักษาตัวเองในห้องแบบไหน
คราวนี้คุณก็คงพอจะเลือกรูปแบบของการซื้อประกันสุขภาพที่จะทำให้คุณรักษาตัวได้อย่างสบายใจขึ้น
ซึ่งย่อมส่งผลทำให้คุณหายวันหายคืนจากอาการเจ็บป่วยที่ไม่พึงประสงค์ของคุณได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ประกันสุขภาพส่วนใหญ่ที่มีอยู่
จะมีการครอบคลุมการจ่ายสินไหมทดแทนในการเข้ารับการรักษาพยาบาลของผู้ซื้อประกันสำหรับค่าห้องพักอยู่ในระหว่าง
1,000 ถึง 5,000 บาท และมีรายการที่คุณสามารถเบิกได้
อีกหลายรายการซึ่งประกันสุขภาพจะแยกแยะเอาไว้อย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็น
- ค่าเจ้าหน้าที่พยาบาล
- ค่าห้องผู้ป่วยวิกฤต
(ICU)
- ค่าบริการของทางโรงพยาบาล
รวมทั้งค่ายา ค่าเอ็กซ์เรย์ ค่ารักษาของแพทย์
- ค่าผ่าตัด
ค่ายาสลบ ค่าห้องผ่าตัด
- ค่าแพทย์ชำนาญเฉพาะทาง
ค่าแพทย์ที่เข้าดูแลสำหรับผู้ป่วยใน
- ค่าบริการรถพยาบาล
- ค่าห้องฉุกเฉิน
- หรือแม้กระทั่ง
ค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยนอกที่ต้องรับการรักษาต่อเนื่อง
เพราะฉะนั้น
หากคุณต้องการที่จะได้รับการดูแลที่ดีมากน้อยแค่ไหน
คุณก็ควรที่จะต้องดูว่า ประกันสุขภาพที่คุณจะซื้อมีวงเงินจ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับสิ่งต่างๆเหล่านี้มากพอหรือไม่
ซื้อประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียวหรือซื้อประกันสุขภาพที่มีพร้อมประกันชีวิตติดมาด้วยดี
การเลือกตัดสินใจว่าจะซื้ออย่างไหนอาจจะดูไม่ง่ายอย่างที่คิด
เพราะเงื่อนไขการรับประกันของบริษัทประกันต่างๆ
ล้วนถูกกำหนดโดยกฎหมายทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นขอบข่ายของผลการจ่ายสินไหมทดแทนจะไม่ค่อยต่างกันมากนัก
แต่หากคุณต้องการที่จะซื้อประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียว
บริษัทประกันที่คุณพอจะมองหาได้เท่าที่เห็นก็น่าจะมีแต่
BUPA Blue Cross ซึ่งเป็นบริษัทประกันที่ไม่ใช่บริษัทประกันชีวิตที่ขายประกันสุขภาพให้กับผู้ที่อยากถือประกันชนิดนี้เพียงอย่างเดียว
ซึ่งเปิดดำเนินการในไทยเมื่อปี 2528 พอถึงปี
2539 Blue Cross ก็ร่วมมือกับ BUPA (British
United Provident Association) ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลทางด้านสุขภาพใหญ่ที่สุดในโลก
เพื่อบุกตลาดทางด้านนี้โดยเฉพาะ แต่ข้อเสียของการซื้อประกันสุขภาพโดดๆ
จะอยู่ตรงที่ประกันประเภทนี้ไม่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้
และข้อกำหนดของ BUPA Blue Cross ก็ค่อนข้างจะจำกัดมากกว่าบริษัทอื่นพอสมควร
สำหรับประกันสุขภาพที่ควบคู่มากับประกันชีวิต
จะมีประเด็นหลักๆ 4 ประเด็นที่จะเป็นตัวกำหนด
อัตราค่าเบี้ยประกันของคุณดังนี้คือ
- วงเงินประกันซึ่งต้องมากกว่า
100,000 บาท แต่จะต้องไม่เกิน 1,000,000 บาท
- อาชีพการงาน
ซึ่งอาชีพที่ต้องเสี่ยงมากกว่าก็จะต้องเสียค่าเบี้ยประกันมากกว่า
- อายุ เป็นตัวกำหนดที่สำคัญในการคิดเบี้ยประกัน
ซึ่งอาจจะเริ่มได้ตั้งแต่ 1,500 บาท ไปจนถึง
45,000 บาทต่อปีเลยทีเดียว
- เพศ ซึ่งผู้ซื้อประกันที่เป็นเพศหญิงจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันที่สูงกว่าเพศชาย
ในตารางคุณจะได้เห็นอัตราค่าเบี้ยประกันเปรียบเทียบระหว่างบริษัทประกันชั้นนำบางแห่ง
และผลประโยชน์ที่คุณจะได้รับซึ่งย่อมขึ้นอยู่กับสิ่งต่างๆที่คุณต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ
ยกตัวอย่างเช่น BUPA Blue Cross ก็เป็นบริษัทที่ชำนาญทางด้านนี้โดยเฉพาะและมีผลประโยชน์ที่น่าสนใจ
ติดอยู่ที่ค่าเบี้ยประกันอาจจะแพงกว่าหน่อย
และไม่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ แต่ถ้าหากต้องการที่จะซื้อประกันสุขภาพควบคู่ไปกับประกันชีวิต
AIA ก็น่าจะเป็นบริษัทที่เด่นที่สุด ส่วนตัวผมเองนั้นถ้าจะให้เลือกก็อาจจะเลือกที่จะซื้อประเภทที่มากับประกันชีวิตเพราะไหนๆเราก็ต้องซื้อประกันชีวิตอยู่แล้ว
และก็ยังนำไปหักลดหย่อนภาษีได้อีกต่างหาก
อย่าลืมนะครับดูแลรักษาสุขภาพตัวเองด้วยการออกกำลังกายวันละเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง
เป็นวิธีการประกันสุภาพที่ดีที่สุด ที่ไม่ต้องเสียเงิน
แล้วยังทำให้เราไม่ต้องไปหาหมอบ่อยๆ และที่สำคัญ
ประหยัดเงินได้อีกมากโข
|