|
Insurance
ธีระ ภู่ตระกูล : เรื่อง
Wake Up Call
for Thai Exporters :
Trade Credit Insurance
(TCI)
มาตรการล้อมคอก
ก่อนไก่จะโดนไข้หวัดนกเล่นงาน
สำหรับผู้ส่งออกที่เตรียมพร้อม
ก่อนหน้าที่จะก้าวเข้าสู่ปีลิง
คนไทยหลายๆ คนต่างก็ตั้งความหวังเอาไว้ว่า ปีลิง
ที่กำลังจะมาถึง น่าจะเป็นปีทองสำหรับคนไทยทุกๆ
คน แต่ยังไม่ทันพ้นเดือนแรก
ดี ปัญหา ไข้หวัดนก ก็ได้ลุกลามขึ้น จนกลายเป็นวิกฤตที่ทำให้เกษตรกร
ผู้เลี้ยงไก่ต้อง เชือดไก่นับสิบล้านตัวให้ลิงดู
แล้วเช็ดน้ำตาที่เอ่อไหลริน
ออกมาจนเป็นสายเลือด เพราะต้องสูญเงินลงทุนมากมายมหาศาล
ส่วนคน ในประเทศเองก็กลัวการกินไก่เสียจนผู้นำประเทศต้องออกเดินสายกินไก่โชว์
กันยกใหญ่ เพื่อให้คนไทยหันมากินไก่กันเหมือนเดิม
และที่แน่ๆ ภาวะที่เกิดขึ้น เป็นอะไรที่มันแย่กว่าฝันร้ายของบรรดาผู้ส่งออก
ไก่สดของไทย เมื่อประเทศหลายๆ ประเทศที่เป็นผู้ซื้อทั้งรายเล็กรายใหญ่
ของเรา สั่งประกาศห้ามนำเข้าไก่สดจากไทยไปอีกหลายเดือน
ส่งผลทำให้ ต้องสูญเสียเงินไปเป็นจำนวนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเหตุการณ์
ที่เกิดขึ้นจะทำให้ผู้ส่งออกหลายราย ต้องขาดทุนกันระนาว
แต่ก็มีหลาย รายที่สามารถลดภาระการสูญเสีย ไปได้มากพอสมควร
โดยการอาศัย เครื่องมือที่ช่วยคุ้มครองความเสี่ยง
ประเภทหนึ่ง นั่นก็คือ การประกัน
ภัยสินเชื่อทางการค้า หรือ Trade Credit Insurance
เพื่อให้ผู้อ่านได้รู้จักกับการทำประกันประเภทนี้
เราได้ไปทำการ
สัมภาษณ์ คุณทัตเทพ สุจิตจร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ
สายงานบริหาร ธุรกิจ จาก บมจ. สามัคคีประกันภัย
ที่ได้ให้ความกรุณาเอื้อเฟื้อข้อมูล มาเป็นอย่างดี
การประกันภัยสินเชื่อทางการค้า
TCI หรือ Trade Credit Insurance เป็นเครื่องมือคุ้มครองความเสี่ยงที่จะรับผิดชอบจ่ายสินไหมทดแทนให้กับ
ผู้เอาประกัน ในกรณีที่คู่ค้าไม่สามารถจ่ายค่าสินค้าให้ได้ภายในระยะเวลา
ที่ตกลงกันไว้ ซึ่งความเสี่ยงที่อยู่ในเงื่อนไขของการรับประกันจะแบ่งออก
ได้เป็น ความเสี่ยงทางการค้า (Commercial Risks)
และ ความเสี่ยงทาง การเมือง (Political Risks)
ในความเป็นจริงการรับประกันประเภทนี้นับว่ามีมานานมากแล้ว
แต่ที่ ไม่เป็นที่นิยมนัก เพราะผู้ส่งออกส่วนใหญ่มักจะมีเงื่อนไขให้ผู้ซื้อต้องออก
L/C หรือ Letter of Credit ให้กับตน ซึ่งเจ้าตัว
L/C นี้เป็นเสมือนตัวค้ำ ประกันให้กับผู้ส่งออกได้เป็นอย่างดี
เพราะเป็นหนังสือรับรองการจ่ายชำระเงินของคู่ค้า
ที่ถูกออกโดยธนาคารที่เชื่อถือได้โดยตรง แต่ในปัจจุบันหลังจากที่จีนและอินเดีย
ได้เข้าเป็นสมาชิกของ WTO และก็เริ่มส่งออก
สินค้าเข้าไปตีตลาดสู้กับสินค้าของไทย โดยอาศัยราคาและเงื่อนไขของการ
ไม่ต้องขอ L/C จากคู่ค้ามาเป็นแรงจูงใจทางการตลาด
หรือที่เรียกกันว่า เป็นการค้าแบบ Open Account
หรือ O/A ทำให้ผู้ส่งออกของไทยเกิด อาการหนาวๆ
ร้อนๆ ไปตามๆ กัน เพราะฉะนั้น ผู้ส่งออกของไทยจึงอาจจะต้องหันมาพึ่งการทำประกันภัยชนิดนี้แทนเพื่อเป็นการคุ้มครองความเสี่ยง
ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จากการทำการค้ากับคู่ค้าที่ไม่น่าไว้ใจ
ประเภทของความเสี่ยง
การประกันภัยสินเชื่อทางการค้า ครอบคลุม
ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น จากสองสาเหตุ
ความเสี่ยงทางการค้า Commercial
Risks ซึ่งเกิดจาก
l ผู้ซื้อล้มละลาย Insolvency
2 ผู้ซื้อหน่วงเหนี่ยว ปฏิเสธการชำระเงิน Protracted
Default
ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน
ใครจะไปเชื่อว่า โซโก้ หรือ เคมาร์ท ห้างสรรพสินค้าระดับยักษ์ใหญ่ที่ดำเนินการมานานหลายสิบปีจะต้องประสบกับปัญหาการล้มละลาย
แต่เหตุที่เกิดขึ้น ก็ได้ทำให้เหล่าบรรดา ผู้ส่งออกของไทยหลายรายรู้ซึ้งถึงความเสี่ยงนี้กันเป็นอย่างดี
และก็เป็น บทเรียนที่ทำให้เราตระหนักถึงความจริงในข้อที่ว่า
ไม่ใช่เฉพาะบริษัทคู่ค้า ที่ตั้งอยู่ในประเทศโลกที่สามหรือประเทศที่กำลังพัฒนาเท่านั้นที่อาจจะเบี้ยวหนี้เราได้
แต่ยังรวมไปถึงบริษัทคู่ค้าที่ตั้งอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว
อย่างญี่ปุ่นหรืออเมริกา ได้เช่นกัน
นอกจากกรณีที่คู่ค้าเกิดการล้มละลายจนไม่สามารถจ่ายค่าสินค้าได้
บางครั้งอาจจะเกิดกรณีที่พยายามหน่วงเหนี่ยว
หรือปฏิเสธการจ่ายชำระตามกำหนดได้เช่นกัน ซึ่งผู้ส่งออกของไทยหลายรายใส่ใจกับเรื่องนี้กันมาก
หากต้องทำการค้ากับกลุ่มประเทศทางตะวันออกกลางหรือไม่ก็อินเดีย
ความเสี่ยงทางการเมือง Political
Risks
l การพักชำระหนี้ Government Moratorium
2 การห้ามโอนเงินออกนอกประเทศ Non Transfer
Risk
3 การห้ามนำเข้าหรือยกเลิกสิทธิ์ที่ผู้ซื้อได้รับในการนำเข้า
Cancellation of Export License
4 สงคราม จลาจล หรือการปฏิวัติ รัฐประหาร Occurrence
of war or revolution
ความเสี่ยงทางการเมือง นับเป็นความเสี่ยงที่ยากจะคาดเดาได้
และมักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ยกตัวอย่างเช่น
กรณีเมื่อครั้งที่รัสเซีย และอาร์เจนตินาปฏิเสธการจ่ายหนี้ต่างประเทศอย่างปัจจุบันทันด่วน
เพราะปัญหาภายใน ก็เล่นเอาบรรดาแบงค์เจ้าหนี้ต้องกุมขมับทำอะไรไม่ถูก
ไปตามๆ กัน หรือแม้แต่ตอนที่มาเลเซียห้ามนำเงินริงกิตออกนอกประเทศ
ในช่วงเกิดวิกฤตการณ์ในเอเชีย ช่วงปี 1997 ก็ทำให้บรรดาประเทศอื่นๆ
ต้องปรับแผนกันยกใหญ่
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความเสี่ยงต่างๆ
เหล่านี้ มักจะมากมาย มหาศาลเกินกว่าจะประมาณการได้
ดูจากกรณีปัญหาไก่ของไทยที่เราจั่วหัวมาตั้งแต่ต้น
ที่ส่งผลทำให้ราคาหุ้น GFPT และ CPF ได้รับผลกระทบ
อย่างแรง รวมทั้งดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ตกลงกว่า
100 จุด จากช่วงเคยขึ้น สูงที่สุด เพียงชั่วระยะเวลาไม่กี่วัน
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว อยากจะขอฝากไปถึงผู้ที่ต้องการจะส่งออกสินค้าไปยังอิรักเพื่อการฟื้นฟูประเทศ
ที่เพิ่งมีการประกาศว่าสงครามยุติแล้วนั้น แต่อย่างที่ทราบกันว่า
สถานการณ์ภายในนั้นยังคงไม่น่าไว้ใจเลย เพราะฉะนั้น
ก่อนที่จะตกลงส่งสินค้าไป ขอให้ลองพิจารณาถึงการทำประกันภัย
สินเชื่อการค้าเอาไว้หน่อยก็ท่าจะดีการจ่ายสินไหมทดแทน
ในกรณีที่คู่ค้าล้มละลายและไม่สามารถจ่ายชำระค่าสินค้าได้
บริษัทประกันจะทำเรื่องจ่ายให้กับผู้เอาประกันภายในหนึ่งเดือน
แต่หากค่า สินไหมทดแทนที่ต้องจ่ายน้อยกว่า 100,000
บาท จะใช้เวลาประมาณสอง เดือน แต่ถ้าเป็นกรณีการปฏิเสธการจ่ายชำระเงิน
อาจจะกินเวลาประมาณห้าเดือน
ค่าเบี้ยประกัน
บริษัทประกันที่มุ่งเน้นในการทำตลาดการทำประกันภัยประเภทนี้
มีอยู่ด้วยกันสามบริษัท คือ สามัคคีประกันภัย
ภัทร
ประกันภัย และแอ็กซ่า แต่สถาบันที่ออกกรมธรรม์ประกันภัยประเภทนี้มากที่สุด
กลับเป็นธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า คือ
EXIM Bank ซึ่งสามารถออกกรมธรรม์ประกันภัยประเภทนี้ได้
และมีเงื่อนไขที่น่าสนใจตรงที่ ผู้ส่งออกสามารถเลือกที่จะทำประกัน
สินค้าล็อตไหนก็ได้ ผิดกับบริษัทประกันที่ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
ค่าเบี้ยประกัน สำหรับการทำประกัน
จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ
0.1 - 2.5 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการส่งออก ซึ่งค่าเบี้ยประกัน
จะรวมไปถึงการทำวิเคราะห์ความเป็นไปได้ และค่าทาง
กฎหมายและสิ่งต่างๆ ที่จะตามมาด้วย
สำหรับผู้ที่สนใจต้องการจะศึกษารายละเอียดหรือข้อมูลเกี่ยวกับการ
ทำประกันภัยประเภทนี้ สามารถติดต่อได้โดยตรงที่คุณทัตเทพ
0-2955-0100 ถึง 29 หรือที่ อี-เมล์ tathep@samaggi.co.th
หรือจะลองเข้า ไปเยี่ยมชมที่ www.samaggi.co.th
ซึ่งมีข้อมูลการทำประกันภัยประเภท อื่นอยู่ด้วยเช่นกัน
นอกจากจะเป็นประโยชน์กับผู้ส่งออกโดยทั่วไปแล้ว
TCI ยังคุ้มครอง ความเสี่ยงของผู้ทำการค้าขายภายในประเทศ
ในเรื่องของการซื้อลดเช็ค และการเช่าซื้อเครื่องจักรทั่วไปด้วยเช่นกัน
และในทุกวันนี้การอนุมัติสินเชื่อ ของธนาคารหลายแห่งก็ได้สอดแทรกเงื่อนไขของการที่ผู้ประกอบการ
ต้องมีประกันภัยประเภทนี้อยู่ในมือด้วยเช่นกัน
สำหรับผู้ที่ต้องการจะเข้าไปติดต่ออย่างจริงจังอย่าลืมที่จะเตรียม
รายงานประจำปีของบริษัท งบการเงินย้อนหลัง 3
ปี รายละเอียดของธุรกิจ ประเทศที่เป็นคู่ค้าและประวัติการผิดนัดชำระหนี้ของคู่ค้าด้วย
อย่าลืมคำกล่าวที่ว่า ประกันภัยเป็นสินค้าที่คุณควรจะมีไว้
แต่หวังว่าจะไม่ได้ใช้
|