LHK
ลุยไฟเข้าซื้อขายครั้งแรกวันนี้ เปิดแรงทะลุ 3 บาท ไม่สนดาวโจนส์ขัดขา
กดดัชนีร่วงต่อ โบรกฯหวังตลาดหุ้นคึกคัก รับหุ้นพื้นฐานดี-กำไรขายเหล็กพรีเมี่ยมดีหนุนปีนี้เติบโต
ด้านบล.ยูโอบีเคย์เฮียน มอง LHK ได้ดีอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศฟื้นตัว
แนะซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว ราคาเป้าหมาย 3.14 บาท
นักวิเคราะห์รายหนึ่ง คาดว่าการเข้าซื้อขายครั้งแรกของหุ้นบริษัท
โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน) หรือ LHK เช้าวันนี้ (24
ม.ค.51) ราคาเปิดสูงสุดอาจจะมากกว่า 3 บาท ซึ่งถือว่าปรับขึ้นสูงกว่าราคาจอง
ที่ 2.76 บาท แม้ภาพรวมตลาดวันนี้จะยังโดนปัจจัยลบกดดัน
ประกอบกับนักลงทุนให้ความสำคัญกับการถือครองเงินสดเพื่อรอจังหวะช้อนซื้อหุ้นบลูชิพราคาถูก
แต่ทั้งนี้อย่าลืมว่า LHK มีที่ปรึกษาทางการเงินที่ดี
ซึ่งก็คือ บล.ซีมีโก้ ที่ดูแลเรื่องราคาหุ้นไอพีโอไม่ให้ร่วงต่ำมาก
ดังนั้นอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาหุ้น LHK วันนี้เปิดการซื้อขายที่แรงและอาจสวนทางภาพรวมตลาดหุ้นได้
ส่วนหุ้น LHK จะสามารถปิดการซื้อขายเหนือราคาไอพีโอได้หรือไม่นั้น
ขึ้นอยู่กับนักลงทุนและภาพรวมตลาดหลักทรัพย์เป็นสำคัญ
ราคาเปิดเทรดของ LHK น่าจะเหมือนการเข้าซื้อขายครั้งแรกของหุ้น
BGT เพราะที่ปรึกษาคนเดียวกันดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องราคาเปิดการซื้อขาย
แต่ช่วงปิดตลาดจะบวกหรือลบนั้นค่อยมาดูกันอีกที เพราะอย่าง
BGT เปิดบวกจริงแต่ปิดราคารูดลงแรง นักวิเคราะห์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจัยพื้นฐานของ LHK ซึ่งประกอบธุรกิจแปรรูปและขายเหล็กพรีเมี่ยม
ที่ราคาขายปัจจุบันค่อนข้างดี แต่ไม่ใช่หลักประกันราคาหุ้นจะสามารถปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน LHK ซื้อเก็งกำไรแบบเล่นรอบได้
แต่ขายทันทีที่ราคาปรับเพิ่มขึ้น และไม่แนะนำซื้อลงทุน
ด้านนายวีระชัย ครองสามสี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน
บล.ฟาร์อีสท์ กล่าวว่า เปิดการซื้อขายหุ้น LHK ครั้งแรกวันนี้น่าจะสามารถยืนเหนือราคาจอง
2.76 บาทได้ แต่วิ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดที่เท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับภาพรวมตลาดประกอบด้วย
เนื่องจากอาจจะได้รับแรงกดดันจากภาวะตลาดฯ ที่ถูกปัจจัยภายนอก
เรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ชะลอตัวแรง ฉุดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆทั่วโลก
รวมทั้ง มาตรการทางด้านภาษีของสหรัฐฯไม่แรงพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่ชะลอลง
จึงทำให้กองทุนต่างชาติมีการขายหุ้นทั่วโลกออกมา ทำให้ตลาดหุ้นขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชียได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวอย่างรุนแรง
ขณะที่ บทวิเคราะห์ของ บล.ยูโอบีเคย์เฮียน แนะนำซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว
ราคาเป้าหมาย 3.14 บาท อิงพี/อี 8.5 เท่า เมื่อเทียบราคาเป้าหมาย
LHK กับราคาไอพีโอ ที่ 2.76 บาท ราคาหุ้นมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น
13% ทั้งนี้จากภาวะอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัว
โดยปริมาณความต้องการใช้เหล็กในประเทศปี 51 คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น
จากภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะฟื้นตัวส่วนภาวะอุตสหกรรมสเตนเลสในตลาดโลกที่อยู่ในช่วงขยายตัว
สอดคล้องกับปริมาณการใช้สเตนเลสรีดเย็นในประเทศมีแนวโน้มเติบโต
โดยเพิ่มขึ้นจาก 134 พันตันในปี 2545 เป็น 180 พันตันในปี
2549 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 34.33% ต่อปี
และปริมาณการบริโภคสเตนเลสในประเทศยังมีโอกาสเติบโตอีกมากเนื่องจากปัจจุบันปริมาณการบริโภคสเตนเลสในประเทศอยู่ที่ระดับต่ำเพียง
3 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วในเอเชียเช่น
ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวันมีปริมาณการบริโภคสูงกว่า 10 กิโลกรัมต่อคนต่อปี
LHK มีจุดเด่นในเรื่องการเป็นศูนย์บริการเหล็กครบวงจร
(One Stop Service Center) และมีความชำนาญในธุรกิจเนื่องจากประกอบธุรกิจมาเกือบ
20 ปี นอกจากนี้ยังมีการนำเอาระบบการจัดการห่วงโซ่อุปทาน
(Supply Chain Management) มาใช้ในการจัดหาวัตถุดิบ การแปรรูป
การจัดจำหน่ายและการให้บริการแก่ลูกค้า ทำให้ช่วยลดต้นทุนในการผลิตเนื่องจากไม่ต้องสั่งซื้อวัตถุดิบเกินความต้องการ
สามารถสต๊อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยลดต้นทุนของลูกค้าเนื่องจากลูกค้าไม่ต้องสต๊อกสินค้าเกินความต้องการและสามารถส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ตรงเวลา
ประกอบกับ ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มดีขึ้นจากภาวะอุตสาหกรรม
และการขยายกำลังการผลิตของบริษัท นอกจากนี้ลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนต์ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตดี
คาดว่าจะทำให้บริษัทมียอดคำสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้นตามภาวะการเติบโตของอุตสาหกรรม
และปัจจุบันมีคู่แข่งไม่มากที่ให้บริการในลักษณะครบวงจร
ส่วนใหญ่จะดำเนินธุรกิจซื้อมาขายไป
ด้าน นายภานุ คงแท่น ผู้จัดการฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.ซีมิโก้
ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด
(มหาชน) หรือ LHK มั่นใจว่า การเข้าซื้อขายครั้งแรกของหุ้น
LHK วันนี้ (24 ม.ค.)จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน
แม้ภาวะตลาดหุ้นในช่วงนี้จะค่อนข้างผันผวน แต่จากปัจจัยพื้นฐานของ
LHK ที่แข็งแกร่ง ผลประกอบการขยายตัวดีต่อเนื่อง เห็นได้จากปี
49 (งวดปีบัญชี เม.ย.-มี.ค.) ที่มีรายได้ 2,140 ล้านบาท
และงวดไตรมาสแรกของปี 50 มีรายได้ 641 ล้านบาท ส่วนกำไรอยู่ที่
23 ล้านบาท
ประกอบกับ LHK เป็นหนึ่งในผู้นำตลาดด้านการแปรรูปแสตนเลสครบวงจร
และมีฐานะการเงินมั่นคง ปัจจัยบวกดังกล่าวจะเป็นตัวผลักดันราคาหุ้นได้
LHK กำหนดราคาขายที่ 2.76 บาท พี/อี 7.67 เท่า ถือว่าต่ำหากเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันมีพี/อี
ที่ 9 เท่า ซึ่งน่าจะเป็นตัวบ่งชี้ได้แล้วว่า นักลงทุนน่าจะสนใจหุ้นพื้นฐาน
ส่วนราคาหุ้นจะเหนือจองหรือไม่นั้นคงต้องดูจากภาวะตลาดในวันนี้ด้วย
นายภานุ กล่าว
ส่วนกรณีที่ บล.ซีมิโก้ ซึ่งเป็นอันเดอร์ไรท์หุ้น LHK
รับซื้อหุ้นจำนวน 12 ล้านหุ้นเอง เหตุขายไม่หมดนั้น นายภานุ
กล่าวปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว แต่ยืนยันว่าการโรดโชว์หุ้น
LHK ช่วงที่ผ่านมามีนักลงทุนให้การตอบรับและสนใจ LHK เป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเสนอขายไอพีโอหุ้น LHK ครั้งนี้
มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นดังนี้คือ กลุ่มครอบครัวอัครพงศ์พิศักดิ์
ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ถึง 67.50% นายนุชา วัฒโนภาส ถือ
7.50% ส่วน บล.ซีมิโก้ ถือ 3.75% และ บล.ซิกโก้ ถือ 0.34%
LHK ประกอบธุรกิจผู้นำด้านศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สเตนเลสครบวงจร
ได้แก่ สเตนเลสรีดเย็นชนิดม้วน และแผ่นท่อสเตนเลส เหล็กชุบสังกะสี
และเหล็กเคลือบสังกะสีชนิดม้วนและแผ่น โดยมีบริษัทย่อย
2 แห่ง ได้แก่ บริษัท ออโต้ เม็ททอล จำกัด และ บริษัท
ดี-สเตนเลส จำกัด มีกลุ่มลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าชาวญี่ปุ่นที่มาตั้งโรงงานในประเทศไทย
หรือผู้เชี่ยวชาญชาวไทยที่รับจ้างผลิตสินค้าให้แก่บริษัทญี่ปุ่นนอกจากนี้บริษัทยังเป็นผู้แทนจำหน่ายรายเดียวของ
Nippon Metal Industry Co., Ltd.0
ทั้งนี้ LHK เข้าซื้อขายใน SET กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม
หมวดวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร โดย มีทุนจดทะเบียน
320 ล้านบาท ประกอบด้วย หุ้นสามัญเดิม 240 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน
80 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก
(ไอพีโอ) จำนวน 80 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 2.76 บาท มูลค่ารวม
220.80 ล้านบาท คิดเป็น 25% ของทุนจดทะเบียน โดย เงินที่ได้จากการระดมทุน
บริษัทจะนำไปสร้างโรงงานและซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ รวมทั้งชำระหนี้เงินกู้
และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40%ของกำไรสุทธิหลังหักภาษี
|