สาลี่อุตสาหกรรมเล็งปรับเป้ารายได้เพิ่มจาก
1.04 พันล้านบาท หากเจรจาผลิตฉลากติดขวดเบียร์รายใหญ่สำเร็จ
หลังรับทรัพย์ผลิตให้เบียร์ช้างก่อนหน้านี้ พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับงาน
ลั่นปีนี้รักษา Gross Profit ไว้ที่ 30% ส่วนปีก่อนคาดรายได้ใกล้เคียงประมาณการ
800-900 ล้านบาท
นายสาทิส ตัตวธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม
จำกัด (มหาชน)(SALEE) เปิดเผยว่า ในปีนี้หากธุรกิจผลิตฉลากเบียร์
โดยบริษัทร่วมทุน Wet Glue Labels สามารถผลิตสินค้าได้ตามแผนการที่วางไว้
บริษัทอาจจำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อขยายฐานลูกค้า
และจะมีผลทำให้รายได้ปีนี้ของบริษัทมากกว่าปกติ ดังนั้น
บริษัทอาจจะมีการปรับเป้ารายได้ปี 2551 เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่
1,040 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 30% จากปีที่ผ่านมา
โดยขณะนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการเบียร์รายใหญ่
ซึ่งเป็นที่รู้จักดีทั้งในตลาดเมืองไทยและทั่วโลกอีก 1
ราย โดยหากบริษัทสามารถสรุปผลการเจรจาได้จะทำให้ในอนาคตอาจจะต้องลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเพื่อขยายกำลังการผลิตอีกครั้ง
ทั้งนี้ SALEE ได้ร่วมทุนกับบริษัท อิลโลโครมา เอเชียจากประเทศเบลเยียม
จัดตั้งบริษัทร่วมทุน Wet Glue Labels ที่ SALEE เข้าถึงหุ้น
50% จากทุนจดทะเบียน 40 ล้านบาท โดยเน้นงานผลิตฉลากเครื่องดื่มเบียร์
ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้รับคำสั่งผลิตฉลากให้เบียร์ช้าง
และในอนาคตจะขยายฐานลูกค้าเพิ่มเติม
ปีนี้เราได้ตั้งอัตราการเติบโตของรายได้ไว้ที่ประมาณ
30% หรือเป็นตัวเงิน 1,040 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 2 อาจจะต้องปรับเป้ารายได้อีกที
หากธุรกิจผลิตฉลากทำได้ดี
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะพยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้ไว้ที่
30-35% เท่ากับปีที่ผ่านมา โดยจะเน้นการลดค่าใช้จ่าย และควบคุมต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
แม้ว่าปัจจุบันค่าเงินบาทมีการแข็งค่าขึ้น แต่ภาพรวมไม่ได้ส่งผลบวก
และผลลบกับบริษัทมากนัก เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบ
และการขายสินค้าราคามีการปรับขึ้นลงในสัดส่วนใกล้เคียงกัน
ขณะที่เงินลงทุนในส่วนของการผลิตโรงงาน และนำเข้าเครื่องจักรสำหรับผลิตฉลากในปีนี้จะอยู่ที่ประมารณ
40 ล้านบาท โดยคาดว่าทั้งโรงงาน และเครื่องจักรจะเสร็จสมบูรณ์สามารถติดตั้งได้ในต้นปีนี้
และจะสามารถเดินเครื่องผลิตได้ในไตรมาส 2
ทั้งนี้ โรงงานดังกล่าวอยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี
คลอง 4 โดยการผลิตในปีแรกจะเน้นขายลูกค้าในประเทศเป็นหลัก
ซึ่งปริมาณการผลิตอยู่ที่ 600-700 ชุด/ปี และคาดว่าในช่วงปลายปีบริษัทจะสามารถผลิตเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ
เช่น ประเทศเวียดนาม และลูกค้าในโซนเอเชียอื่นๆ
สำหรับผลประกอบการปี 2550 บริษัทสามารถทำได้ใกล้เคียงเป้าหมายที่วางไว้ที่
800-900 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 30% จากปี 2549 ที่มีรายได้อยู่ที่
650 ล้านบาท จากการขยายตัวของทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจงานพิมพ์
และธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดยังเติบโตทั้งในส่วนของลูกค้าปัจจุบัน
และลูกค้าใหม่
|