ThaiSet.com
Member name:

Password:


 
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิกฟรี

 
 
 
    : : นายแบงก์ฟันธงจีดีพีขยายตัว5% จี้รบ.ใหม่สานต่อเมกะโปรเจ็ก

ผู้บริหารแบงก์พาณิชย์เชื่อปีนี้จีดีพีโตระหว่าง 4.5-5% สูงกว่าปีก่อนที่อยู่ในระดับ 4.6% แนะรัฐบาลใหม่สานต่อโครงการเมกะโปรเจ็ก กระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ ฟื้นความเชื่อมั่นผู้บริโภค ชี้เสถียรภาพรัฐบาล-ซับไพร์มเป็นปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทย

นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2551 คาดว่าน่าจะเติบโตขึ้นประมาณ 4.5-5.0% ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นจากช่วงปีที่ผ่านมาที่เติบโตอยู่ที่ระดับ 4.6%

ทั้งนี้ การเติบโตของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะโตขึ้นนั้น ได้รับปัจจัยสนับสนุนจาก ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและธุรกิจ ที่คาดว่าน่าจะกลับมาดีขึ้น การใช้จ่ายของภาครัฐที่เพิ่มขึ้น และโครงการลงทุนขนาดใหญ่รวมไปถึงมาตรการอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลที่เข้ามารับหน้าที่ต่อจากรัฐบาลชุดเก่า จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น เนื่องจาก รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้นแน่นอน ดังนั้น สิ่งที่อยากเห็นหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว คือ โครงการเมกะโปรเจ็กควรที่จะสานต่อให้เร็วและครบสายเดินรถมากที่สุด เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจกิจฟื้นตัวได้แน่นอน

“เศรษฐกิจไทยปีนี้ ยอมรับว่าดีกว่าช่วงปีที่ผ่านมาแน่นอน เนื่องจากมีโครงการใหม่เข้ามาสนับสนุนและกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ จำเป็นต้องรอดูรัฐบาลใหม่ที่เข้ามารับหน้าที่ต่อจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาด้วย ว่าจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ารัฐบาลที่เข้ามาในครั้งนี้ จะเป็นพรรคการเมืองใดก็ตาม เป็นแบบพรรคการเมืองเดียวหรือผสม เชื่อว่าจะเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแน่นอน ซึ่งจะช่วยให้ความเชื่อมั่นกลับมาดีขึ้น” นางกรรณิกา กล่าว

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่นั้น ไม่ว่าใครที่เข้ามารับตำแหน่ง เชื่อว่าคงมีความสามารถพอสมควรในการดูแลเศรษฐกิจ และค่าเงิน ซึ่งเรื่องนี้จำป็นต้องรอดูสถานการณ์กันต่อไป

นางกรรณิกา กล่าวต่อว่า สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยที่น่าจับตามองเป็นกรณีพิเศษ คือ เสถียรภาพและนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ว่าจะออกมาในทิศทางใด ประเด็นที่สองคือ ความแปรปรวนของปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกประเทศ เช่น วิกฤตการณ์ SUB-Prime ราคาน้ำมันและสถานการณ์ด้านการเมืองในภูมิภาคต่างๆ

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือ ความแปรปรวนในประเทศควรที่จะมีน้อยที่สุด เพื่อให้ประเทศมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งนี้ มองว่าปัญหาภายนอกประเทศ อย่างภาวะเศรษฐกิจถดถอยของประเทศสหรัฐอเมริกาที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ เชื่อว่าน่าจะยังสรุปไม่ได้ และการที่ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ของประเทศสหรัฐอเมริกาออกมาตรการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยนำเงินนับแสนล้านดอลลาร์เข้ามาจัดการนั้น ถือว่าจำนวนเงินดังกล่าวน้อยมากเมื่อเทียบกับปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยควรทำขณะนี้ คือ สร้างความเข้มแข็งให้กลับตัวเองมากที่สุด

สำหรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ยังมองว่าเป็นช่วงขาขึ้น ซึ่งจะเห็นชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินก็เช่นเดียวกัน เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้มีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จะมีการปรับตัวขึ้นเท่าไหร่อย่างไร ต้องดูสถานการณ์ในขณะนั้นเป็นหลักประกอบด้วย

 


 
:: Home  |  News  |  Portfolio Tracking  |  Games  |  Webboard  |  Education  |  Stock Comment  |  Technical Tools  |  Stock Aleart [ SMS ] ::
CopyRight (C) 2003 Reserved by ThaiSet.com
Agreement | Privacy Policy | Advertise with us