IRPC
ปลอบใจตัวเอง หุ้นไม่หลุด 5 บาท เผยซื้อตอนนี้ดีราคาถูกมาก
ขอเวลาอีกไม่นานราคากลับมา 7-8 บาท รอชี้แจงผู้ถือหุ้นใหญ่และเล็ก
ชี้ไตรมาส 2 ปีหน้าทุกอย่างที่เตรียมไว้ผลิดอกออกผล ขยายกำลังผลิตปิโตรเคมี
HDPE-ABS บวกโรงไฟฟ้าใหม่เกิด ปิติ รับเจ้าหนี้นอกทิ้งหุ้น
IRPC แค่หยิบมือ เชื่องบไตรมาสแรกปีนี้ดีขึ้นจากเดิม ระบุกำไรขั้นต้นปี
50 ทำได้ไม่ต่ำกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวจากบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC
กล่าวว่า ราคาหุ้น IRPC ปัจจุบันค่อนข้างถูก และเชื่อว่าราคาจะไม่หลุดลงต่ำกว่า
5 บาทอย่างแน่นอน นอกจากนี้เชื่อว่าราคาหุ้นจะสามารถไต่ระดับเพิ่มขึ้นถึงระดับ
7-8 บาทได้ หลังจากบริษัทมีการชี้แจงและทำความเข้าใจที่ตรงกันกับกลุ่มผู้ถือหุ้นทั้งรายเล็กและรายใหญ่
เกี่ยวกับปัญหาต่างๆที่บริษัทบริหารจัดการได้น่าจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมาได้
ประกอบกับ หากแผนการดำเนินงานในปัจจุบันเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ทั้งการขยายกำลังการผลิตในส่วนของธุรกิจปิโตรเคมีปลายน้ำ
(HDPE และ ABS) และสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ใช้เงินลงทุนประมาณ
230 ล้านเหรียญ และคาดว่าจะให้ผลตอบแทนราว 46 ล้านเหรียญต่อปี
ตั้งแต่ไตรมาส 2/52
นอกจากนี้ยังมีแผน ขุดลอกท่าเรือ, การปรับปรุงและเพิ่มกำลังการผลิต
ในส่วนของโรงกลั่นและเพิ่มกำลังการผลิตปิโตรเคมีขั้นกลางบางส่วน
คาดให้ผลตอบแทน 251 ล้านเหรียญต่อปี เริ่มดำเนินการผลิตได้ในปี
54 จากปัจจัยบวกดังกล่าวน่าจะเห็นราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส
2/52ได้
ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าหุ้นบ้านเราส่วนใหญ่เล่นกับข่าว
หากมีข่าวดีราคาหุ้นก็จะบวก ซึ่งหุ้น IRPC ตอนนี้ยังไม่มีข่าวอะไรเพราะอยู่ในช่วงการดำเนินการตามแผนและจะเริ่มเห็นผลดีปี
52 ซึ่งราคาหุ้นน่าจะสะท้อนพื้นฐานที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้หากหุ้น
PTT วิ่งไปถึง 500 บาท หุ้น IRPC น่าจะวิ่งถึงระดับไม่น้อยกว่า
15 บาทได้เช่นกัน แหล่งข่าว กล่าว
แหล่งข่าว กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้นในวันนี้(22
ม.ค.51) บริษัทต้องการชี้แจงกรณีที่มีกลุ่มผู้ถือหุ้น
จำนวน 25 ราย ซึ่ง ถือหุ้นนับรวมกัน 8,062,391,220 หุ้น
คิดเป็น 41.35% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดมีหนังสือลงวันที่
4 ธ.ค.50 ถึง IRPC ร้องขอให้จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น
เพื่อพิจารณารับทราบ กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา และให้คณะกรรมการชี้แจงเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ผู้ถือหุ้นของ
IRPC บางราย มีอยู่กับบริษัทและผู้บริหารของบริษัท ตลอดจนบรรดาคดีความที่มีการฟ้องร้องบริษัทและผู้บริหาร
นอกจากนี้ บริษัทคงชี้แจงถึงแผนการดำเนินงานในอีก 3 ปีข้างหน้า
ซึ่งบริษัทคาดหวังว่าภายหลังการชี้แจงดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ถือหุ้นมีความเข้าใจที่ตรงกันกับการดำเนินงานของบริษัท
ด้านนายปิติ ยิ้มประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท
ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้น
IRPC ถือว่าลดลงไม่แรงมากเหมือนหุ้นตัวอื่นๆ หรือแม้แต่หุ้นในกลุ่ม
ปตท.ที่ลดลงกว่า 20% ส่วน IRPC ลดเพียง 10% เท่านั้น ถือว่าทรงตัวดีส่วนในอนาคตมีโอกาสปรับเพิ่มมากกว่านี้หรือไม่ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดว่าเอื้อหรือไม่เช่นกัน
ส่วนปัจจัยพื้นฐานของบริษัทยังแข็งแกร่งเหมือนเดิม
ทั้งนี้ช่วงที่ผ่านมากลุ่มเจ้าหนี้ต่างประเทศได้ทยอยขายหุ้นออกมาบางส่วนหลังหมดช่วงห้ามซื้อขายหุ้นเมื่อวันที่
14 ธ.ค.50 ที่ผ่านมา แต่ถือเป็นการขายจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ซึ่งไม่มีนัยสำคัญต่อราคาหุ้นมาก โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้นร่วงลงกว่า
10% เกิดจากปัจจัยเดิมคือความกังวลเรื่องปัญหาซับไพร์ม
และความไม่ชัดเจนทางการเมืองไทย เป็นต้น
หากปัจจัยดังกล่าวมีความชัดเจน และสหรัฐอเมริกามีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจน่าจะช่วยให้คลายความกังวลได้
อย่างไรก็ดียืนยันว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัทยังไม่เปลี่ยนแปลง
แข็งแกร่ง และมีทิศทางการเติบโตที่ดีในอนาคตจึงเหมาะสำหรับการซื้อสะสมระยะยาว
ส่วนกลุ่มเจ้าหนี้ต่างประเทศ เดิมถือหุ้นจำนวน 1,658
ล้านหุ้น คิดเป็น 8.5% ส่วนกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ ถือหุ้นจำนวน
7,751.09 ล้านหุ้น จัดสรรให้ บมจ.ปตท. ถือ 3,970.07 ล้านหุ้น
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ถือ 1,260.34 ล้านหุ้น
ธนาคารออมสิน ถือ 1,260.34 ล้านบาท และกองทุนรวมวายุภักษ์
1 ถือ 1,260.34 ล้านหุ้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 1/51
คาดว่าจะดีกว่าเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/50 เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/50 นั้น ตนเองไม่ขอตอบรายละเอียดเนื่องจากเกรงว่าจะทำผิดกฎตลาดหลักทรัพย์
นายปิติ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า คาดกำไรขั้นต้นปี 50 อยู่ที่
1.2 หมื่นล้านบาท จากงวด 9 เดือนที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิ
ถึง 1.15 หมื่นล้านบาท และกำลังการผลิตยังเป็นไปตามเป้าที่
1.9 แสนบาร์เรลต่อวัน จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต ที่ 1.86
แสนบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากปัจจุบันบริษัทยังไม่มีแผนปิดปรับปรุงโรงกลั่นและยังไม่มีกำลังการผลิตจากโรงกลั่นใหม่ๆเข้ามา
ดังนั้นน่าจะทำให้ธุรกิจโรงกลั่นเติบโตต่อเนื่องจนถึงปี
51
ทั้งนี้บริษัทมีแผนเข้าลงทุนทำธุรกิจที่เกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์มากขึ้น
ซึ่งเป็นผลมาจากภายหลังการขยายโรงกลั่นจะทำให้บริษัทมีแนฟทา
ซึ่งเป็นวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ ราว 1 ล้านตัน
สามารถนำกลับมาสร้างผลิตภัณฑ์ในการเพิ่มมูลค่ามากขึ้น
ประกอบกับในอีก 3-5 ปีข้างหน้ามีแนวโน้มว่าแนฟทาจะขาดแคลนทำให้ราคาผลิตภัณฑ์มีโอกาสปรับสูงขึ้น
ซึ่งหากบริษัทดำเนินการปรับปรุงโรงกลั่นเสร็จสิ้นและลงทุนในผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์จะทำให้ในอีก
3-5 ปีข้างหน้าบริษัทจะมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 50%
ทั้งนี้ในปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างร่างแผนการลงทุนใน
5 ปีข้างหน้า คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปลายปีนี้ เบื้องต้นบริษัทคาดว่าจะเสนอบอร์ดเพิ่มงบลงทุนอีก
600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อรองรับการลงทุนใน
5 ปีนี้
ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน จำกัด
กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาส 4/50 ของ IRPC เชื่อว่าจะยังแข็งแกร่งจากค่าการกลั่นสิงคโปร์ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ
9.07 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 6.36 เหรียญต่อบาร์เรลในไตรมาส
3/50 และ 3.85 เหรียญต่อบาร์เรลในไตรมาส 4/49 ขณะที่กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี
ยังได้รับปัจจัยบวกจากส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์ ซึ่งส่วนต่างราคาของ
HDPE ยังอยู่ในระดับสูง เป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการไตรมาส
4/50
ส่วนผลประกอบการปี 51 คาด IRPC มีกำไรปกติใกล้เคียงกับปีนี้
โดยคาดว่ากำไรปกติปีหน้า อยู่ที่ 12,501 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น
0.64 บาทต่อหุ้น ขณะที่คาดว่าเงินปันผลสำหรับผลประกอบการครึ่งปีหลังอยู่ที่
0.12 บาท ส่วนปีหน้า คาดเงินปันผล อยู่ที่ 0.22 บาท ดังนั้นคงแนะนำ
ซื้อลงทุน ราคาเหมาะสม 7.80 บาท
สำหรับราคาหุ้น IRPC ปัจจุบันปรับลดลงมาต่ำกว่าระดับ
6 บาท ถือว่าน่าสนใจซื้อเพื่อถือลงทุน เนื่องจากมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น
ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานของ IRPC ถือว่าดีและจะดียิ่งขึ้นในปี
51 จากการขยายการลงทุนต่อเนื่องและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพยิ่งขึ้นทำให้ยอดขายดีขึ้น
|