DIMET
รอดตัวปิดเหนือจอง 1.63 บาท สะท้อนกลยุทธ์ไอพีโอบาทเดียวได้ผล
ผู้บริหารปลื้มราคาเปิดดี นักลงทุนสนใจหุ้นพื้นฐาน ปีนี้ตั้งเป้ารายได้โต
10-15% เชื่อทำได้ ยอดขายสีเติบโต แต่ยอมรับเลื่อนเซ็นสัญญากับสีนอก
PPG ออกไปถึงสิ้นเดือนนี้ จากเดิมที่จะเซ็นสัปดาห์นี
วานนี้ (21 ม.ค.51) ราคาหุ้น DIMET เปิดการซื้อขายครั้งแรกในตลาดเอ็มไอ
ที่ 2.20 บาท และกลับมาปิดการซื้อขาย ที่ 1.63 บาท เพิ่มขึ้น
1.63 บาท มูลค่าการซื้อขาย 208.97 ล้านบาท โดยระหว่างวันราคาหุ้นปรับขึ้นสูงสุด
2.36 บาท และ ลดลงต่ำสุด 1.59 บาท
นายสุรพล รุจิกาญจนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไดเมท (สยาม)
จำกัด (มหาชน) หรือ DIMET ยอมรับว่าพอใจที่ราคาหุ้น DIMET
สามารถปิดการซื้อขายเหนือราคาจอง ที่ 1 บาทได้ แม้ว่าจะไม่สามารถทรงตัวระดับสูงเท่าราคาเปิดการซื้อขายช่วงเช้าแต่ระดับนี้ถือว่าดีมาก
ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นน่าจะมาจากปัจจัยบวกทางการเมืองที่ชัดเจนมากขึ้น
รวมทั้ง ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่ดี และมีผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ส่วนราคาหุ้น DIMET นับจากนี้ไปจะสามารถยืนแดนบวกหรือไม่
ตนเองเชื่อว่ายืนแดนบวกแน่นอน แต่ราคาหุ้นขึ้นอยู่กับการลงทุน
และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งหน้าที่ของบริษัทคือต้องดำเนินงานให้เติบโตเพื่อให้นักลงทุนเชื่อถือบริษัท
น่ายินดีมากที่ราคาหุ้นเปิดบวกได้ และหุ้นยังเป็นที่ต้องการจากนักลงทุนจำนวนมาก
เพราะเราก็ถูกนักลงทุนบ่นบ้างว่าขายหุ้นน้อยเกินไป นายสุรพล
กล่าว
นายสุรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ (1 ก.ค.
50-30 มิ.ย.51) เพิ่มขึ้น 10% เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สีที่เพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะสีป้องกันสนิมที่จำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน
ซึ่งงวด 3 เดือนแรกของบัญชีปี 51 บริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ
72.01 ล้านบาท กำไรสุทธิ ที่ 3.22 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าทิศทางธุรกิจจะดีกว่าครึ่งปีแรกเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มดีขึ้น
และมีโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่เข้ามา ซึ่งจากการสำรวจจาก BOI
พบว่ามีโปรเจ็กต์อยู่ที่ 200,000 ล้านบาท ซึ่งต้องรอรัฐบาลชุดใหม่เซ็นอนุมัติว่าจะให้มีการดำเนินการหรือไม่
ซึ่งโปรเจ็กต์ดังกล่าวต้องใช้ระยะเวลาเป็นปี ดังนั้นจึงทำให้บริษัทมั่นใจว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมสีจะยังเติบโตอยู่ในทิศทางที่ดี
ทั้งนี้บริษัทมีแผนปรับราคาขายในสินค้าบางรายการเพิ่มขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
แต่ปรับขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ระดับ
35% ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทได้ปรับขึ้นราคาบางรายการแล้ว
เช่น สินค้าในกลุ่มโซเวนท์ ทินเนอร์ ที่เป็นต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
ปกติเราตั้งเป้าอัตราการขยายตัวไว้ปีละ 10-15% ของทุกปี
ซึ่งปีนี้ก็คงเติบโตราว 10% ถือเป็นการเติบโตที่ดีในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัว
นายสุรพล กล่าว
อย่างไรก็ตามบริษัทเตรียมที่จะเซ็นสัญญากับบริษัท PPG
AMERCONT ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายเหล็กป้องกันสนิมจากประเทศสหรัฐอเมริกา
ภายในปลายเดือนม.ค.นี้ จากเดิมคาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญาร่วมเป็นพันธมิตรได้ในสัปดาห์นี้
โดยปัจจุบันมีออเดอร์จาก PPG AMERCONT เข้ามาแล้วจำนวน
2 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีการส่งมอบภายในสิ้นเดือนนี้เช่นกัน
โดย PPG AMERCONT จะมีการจำหน่ายสินค้าส่งต่อไปยังฟิลิปปินส์อีกต่อหนึ่ง
เนื่องจากฟิลิปปินส์ไม่มีฐานการผลิต แต่มีความต้องการใช้สีอย่างต่อเนื่อง
และคาดว่าในเร็วๆ นี้ PPG AMERCONT จะรุกตลาดเวียดนามเนื่องจากเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา
จากที่บริษัทมีพาร์ทเนอร์จากประเทศสหรัฐฯ เข้ามาจะทำให้สัดส่วนรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้นในปี
2551แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะเพิ่มเป็นเท่าใดจากปัจจุบันยอดการส่งออกของบริษัทไม่เกิน
5%
ด้าน นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท แอสเซทโปร แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัท ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน) หรือ DIMET เชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้หากภาวะการซื้อขายของตลาดฯ
กลับมาเข้าสู่ภาวะปกติโดยไม่มีความผันผวนตามปัจจัยลบภายในและภายนอกประเทศ
เชื่อว่าราคาหุ้น DIMET จะกลับมาอยู่ที่ระดับเดียวกันกับวันแรกที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
mai ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 2 บาทได้
อย่างไรก็ตาม การที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมาช่วงท้ายตลาด
ถือว่าเป็นไปตามภาวะของตลาดโดยรวมที่ผันผวนแรง ซึ่งการที่ราคาหุ้นประคองตัวยืนเหนือจองซื้อที่
63% ได้ถือว่าพื้นฐานของบริษัทนั้นแข็งแกร่งจริง โดยนักลงทุนยังคงให้การตอบรับเป็นอย่างดี
วานนี้ตลาดต่างประเทศถือว่าผันผวนมากซึ่งการที่ราคาหุ้น
DIMET ปรับตัวยืนเหนือราคาจองซื้อที่ 1 บาทนั้นถือว่าบริษัทมีพื้นฐานดี
ซึ่งตนในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินรู้สึกพอใจกับราคาปิดตลาด
และคิดว่าภายในสัปดาห์นี้หากตลาดโดยรวมไม่มีความผันผวน
ราคาหุ้น DIMET น่าจะกลับมายืนอยู่ที่ระดับเดียวกันกับวันเปิดเทรดได้
นายสมภพ กล่าว
ขณะที่ นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บล.บีฟิท ในฐานะผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท
ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน) หรือ DIMET กล่าวว่า ราคาเปิดตลาด
ของ DIMET ที่ปรับตัวยืนเหนือราคาจองซื้อที่ 1 บาทนั้นถือเป็นราคาที่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนและเป็นราคาที่เหมาะสมน่าลงทุนในระยะกลางและยาว
โดยมองว่าผลจากการโรดโชว์ให้นักลงทุนต่างจังหวัดและกรุงเทพฯทำให้นักลงทุนเข้าใจในตัวบริษัทมากขึ้นจึงเข้ามาลงทุน
นอกจากนี้ยังเชื่อว่านักลงทุนได้เข้ามาซื้อหุ้นในกระดานเพิ่มเนื่องจากช่วงที่เปิดให้จองซื้อจำนวนหุ้นไม่เพียงพอต่อความต้องการ
อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนนี้ไปเพิ่มศักยภาพโดยจะมีการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
โดยบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตจาก 4,500,000 ลิตรต่อปี
เป็น 6,000,000 ลิตรต่อปี โดยเมื่อบริษัทมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นรวมถึงมีการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปปรับปรุงห้องทดลองและพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตจะทำให้บริษัทมีศักยภาพสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้มากขึ้น
ด้าน บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ให้ราคาเป้าหมาย DIMET ที่
1.2 บาท ตามวิธีการคิดลดกระแสเงินสด (DCF) เราได้มูลค่าตามปัจจัยพื้นฐานของ
DIMET ในปี 51 ที่ 1.2 บาท และเราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลในปี
51 เท่ากับ 0.03 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผลเท่ากับ
2.8% คาดแนวโน้มกำไรเติบโต 28% ในอีก 3 ปีข้างหน้า จากการที่อุตสาหกรรมสีมีแนวโน้มการเติบโตดี
ประกอบกับ DIMET มีเทคโนโลยีในการพัฒนาและผลิตสีที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของลูกค้า
ส่งผลให้มีรายได้ต่อเนื่องจากการขายสีป้องกันสนิมให้กับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและปิโตรเคมี
เราคาดผลกำไรสุทธิปีบัญชี 51 (สิ้นงวดบัญชีเดือน มิ.ย.)
และปีบัญชี 52 เติบโต 20.6% และ 26.5% หรือคิดเป็น 14.8
ล้านบาท และ 18.7 ล้านบาท ตามลำดับ การเติบโตของกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่องนี้คิดเป็นการเติบโต
16.3% ในอีก 3 ปีข้างหน้า (50-53)
บล.เคทีบี ให้ราคาเหมาะสมปี 51 ที่ 1.18 บาท อิงค่า PE
ตลาด MAI ในช่วง 11-13 เท่า เรามองว่าบริษัทมีจุดแข็งในตลาดสีกันสนิมคุณภาพสูง
อีกทั้งรายได้และสุทธิมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามภาวะการบริโภคที่จะฟื้นตัวและส่วนลดทางภาษี
คาดรายได้ปี 50 เติบโต 15.8% แม้สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแม้ว่าในปี
50 (ก.ค.49-มิ.ย.50) สภาพเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลังงานยังคงเติบโตและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ยอดขายสีกันสนิมของบริษัทพุ่งสูง ฉุดให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น
15.8% YoY นอกจากนี้ สีกันสนิมซึ่งมี margin สูงสุดยังฉุดให้อัตรากำไรเบื้องต้นสูงขึ้นเป็น
30.9% เทียบกับปีก่อนที่ 29.8% เป็นผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี
50 จำนวน 12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% YoY คาดกำไรปี 51-53
เติบโตเฉลี่ย 26.1% ทั้งจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและได้ส่วนลดทางภาษีเป็นปัจจัยหนุน
บล.สินเอเชีย ให้ราคาเป้าหมาย DIMET ที่ 1.19 บาท และประเมินอัตราเงินปันผลจ่ายตามนโยบายขั้นต่ำที่
40% ทำให้คาดว่าผลการดำเนินงานปี 51 DIMET จะอนุมัติจ่ายเงินปันผลที่
0.03 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ 3.5%
ยอดรายได้ปี 51 ที่ 341 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY เนื่องจากคาดว่า
DIMET จะเพิ่มปริมาณการจำหน่ายของสีป้องกันสนิม และสีอุตสาหกรรม
ที่ร้อยละ 9 ตามลำดับ ขณะที่กำไรขั้นต้นคาดว่าจะรายงานที่
102 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 9% YoY ซึ่งเป็นผลจากปริมาณการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น
แต่ต้นทุนสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าราคาขายของผลิตภัณฑ์
|