ThaiSet.com
Member name:

Password:


 
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิกฟรี

 
 
 
    :: ค่าท่อวุ่นหุ้นรูด23จุดสตง.ตามทวงในทะเล

ค่าเช่าท่อ ปตท. ไร้ข้อยุติ รัฐขัดแย้งกันเอง ทุบดัชนีรูด 23.14 จุด คณะกรรมการเล็งชงให้คิดค่าเช่า10% สตง.ฉุน ไม่ส่งงบการเงินและทรัพย์สินที่ต้องคืนรัฐให้เซ็นรับรอง แฉตัวเลขสินทรัพย์ 1.5 หมื่นล้านบาท ไม่เคยแจงให้รับรู้ เชื่อสมบัติชาติมีมากกว่านี้ ทั้งในทะเลและพื้นที่ป่าไม้ ส่วนผลประชุมวานนี้ คลังยังหาข้อสรุปไม่ได้ งง! รายได้ปตท.แจงทีไรลดทุกครั้ง

หุ้นไทยหลุด 800 จุด ดัชนีร่วงต่ำสุดรอบ 6 เดือน เพราะปัญหาค่าเช่าท่อก๊าซปตท. ที่วุ่นวายและทำให้ตลาดหุ้นรับผลกระทบ โดยเรื่องค่าเช่าท่อ วานนี้ยังไม่ข้อยุติ ทำให้วันนี้คลังไม่สามารถนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ ทั้งยังมีกระแสข่าวว่า จะขึ้นค่าเช่าท่อเป็น 10% จาก 5% ทำให้ดัชนีลบ 23.14 จุด ปิด 766.53 จุด ต่ำสุดของวัน มูลค่าซื้อ ขายหนาแน่นที่ 27,839.32 ล้านบาท หุ้น ปตท.ลบ 7.5% หรือลบ 24 บาท อยู่ที่ 296 บาท

แหล่งข่าวจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะผู้สอบบัญชีของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้คลังไม่สามารถสรุปค่าเช่าท่อก๊าซของ ปตท. รวมทั้ง เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ค.ร.ม.)อนุมัติในวันนี้(22 ม.ค.51) ส่วนหนึ่งเป็นเพราะที่ผ่านมายังไม่มีใครส่งเอกสารงบการเงิน และงบรายจ่ายประจำปี รวมทั้งรายการทรัพย์สินของ ปตท.ที่จะต้องโอนคืนให้กับรัฐตามคำสั่งศาลปกครองมาให้ สตง.ตรวจสอบ

ดังนั้นกระบวนการดำเนินงานของ สตง.ในวันนี้ ขั้นตอนแรก คือ การรวบรวมรายการทรัพย์สินของ ปตท.ที่ต้องโอนกลับคืนให้แก่รัฐมีอะไรบ้าง โดยเฉพาะท่อก๊าซที่อยู่ในทะเล และพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจน ซึ่งกระบวนการดำเนินงานของคลังและสตง.ต้องทำควบคู่กันไม่ใช่คลังเร่งสรุปค่าเช่าท่อโดยที่สตง.ไม่ทราบความคืบหน้าอะไรเลย

“จริงๆแล้วกระบวนการแรกที่ต้องทำคือตรวจสอบทรัพย์สินปตท.ให้ชัดเจนว่ารายการไหนต้องโอนกลับคืนให้รัฐ จากนั้นจึงจะสรุปค่าเช่าได้ ซึ่งเรากำลังเร่งตรวจสอบทรัพย์สินที่หาหรือรวบรวมมาบ้าง ส่วนรายการของปตท.เองยังไม่ยื่นให้เราตรวจสอบเลย” แหล่งข่าว กล่าว

นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังระบุว่า กรณีที่ PTT ออกมาแจงตัวเลขทรัพย์สินที่ต้องโอนคืนให้แก่รัฐ รวมมูลค่า 1.51 หมื่นล้านบาทนั้น ทางสตง.ยืนยันว่าไม่เคยเซ็นรับรองหรือตรวจสอบตัวเลขดังกล่าวแต่อย่างใด ทาง PTT เป็นผู้ออกมาระบุตัวเลขเองทั้งหมด เพราะที่ผ่านมา สตง.ยังไม่ได้รับแจ้งรายการจากทาง PTT หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด

“ทั้งรายการทรัพย์สินและการพิจารณาค่าเช่าท่อก๊าซของปตท.ต้องดำเนินควบคู่กันไปไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างทำ และไม่สามารถสรุปค่าเช่าท่อได้หากรายการทรัพย์สินที่ต้องโอนคืนยังไม่ชัดเจน และที่สำคัญตัวเลขทรัพย์สินที่ปตท.ต้องโอนคืน ที่ปตท.อ้างว่ามีมูลค่า 1.51 หมื่นล้านบาทนั้น ปตท.กล่าวตัวเลขขึ้นมาเอง ที่ผ่านมาเรายังไม่เคยตรวจสอบแต่อย่างใด” แหล่งข่าว กล่าว

แหล่งข่าว กล่าวเพิ่มเติมว่า ขั้นตอนที่สอง หากเกิดข้อสงสัยกรณีรายการทรัพย์สินหรือค่าเช่าท่อที่ไม่ชัดเจนทางสตง.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง หรือกระทรวงพลังงาน มีข้อสงสัยต่อข้อมูลต่างๆสามารถยื่นคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาชี้ชัด โดยไม่ต้องยื่นให้ศาลปกครองได้เช่นกัน

ก่อนหน้านี้ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ระบุกรณีคำพิพากษาของศาลได้กำหนดให้มีการแบ่งแยกทรัพย์สินให้แล้วเสร็จก่อนส่งให้คณะกรรมการประกอบกิจการพลังงาน ซึ่งมีเวลาในการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ถึง 120 วันว่า ขณะนี้ สตง.อยู่ในระหว่างการรวบรวมตรวจสอบรายการทรัพย์สินที่ต้องแบ่งแยก และกำหนดค่าโดยรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนเจ้าของสินทรัพย์ และมีหลายรายการที่คณะผู้ตรวจสอบของ สตง.เห็นว่าควรจะต้องส่งคืนกระทรวงการคลังมากกว่าที่เสนอโดย ปตท. เช่น ระบบท่อส่งทั้งหมด อันได้แก่ ท่อส่ง และท่อจำหน่ายที่ใช้พื้นที่สาธารณะ หรือใช้อำนาจตามกฎหมายมหาชน ณ 31 ธันวาคม 2549 ได้แก่ ระบบท่อส่งก๊าซบนบกระบบท่อส่งก๊าซในทะเล ระบบท่อส่งก๊าซจัดจำหน่าย ซึ่งทั้งสามรายการรวมความยาวประมาณ 3000 กิโลเมตร มีมูลค่าทางบัญชีประมาณ 47,000 ล้านบาท เป็นต้น

ทั้งนี้เหตุผลที่ สตง.ใช้ประกอบการพิจารณาเพราะประกาศกำหนดเขตและดำเนินการในระบบเหล่านี้ได้ใช้อำนาจมหาชน มาตรา 29-34 ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการปิโตรเลียม เป็นการใช้สาธารณะสมบัติของแผ่นดินอีกทั้งมูลค่าทางบัญชีมีมูลค่าต่ำมาก เนื่องจากการตัดค่าเสื่อมราคาเป็นวิธีการทางบัญชีโดยไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงในการใช้ประโยชน์ และทำรายได้ ตรงกันข้ามเมื่อคำนวณอัตราค่าผ่านทางทราบว่า ทาง ปตท.กลับไม่ใช้มูลค่าทางบัญชีในการคำนวณ แต่ใช้มูลค่าทดแทน ซึ่งเท่ากับต้นทุนในการก่อสร้างปัจจุบันจะมีมูลค่าสูงมาก ทำให้ค่าผ่านท่อมีอัตราสูง ผู้บริโภคก็ต้องรับภาระน้ำมันแพง

ผู้ว่า สตง.กล่าวอีกว่า สตง.ยืนยันที่จะไม่เข้าข้างฝ่ายใด แต่มุ่งใช้ข้อมูลที่มีอยู่ตรวจสอบ ดังนั้นคณะรัฐมนตรีจึงน่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบ ด้วย และขณะนี้ก็ยังต้องคอยข้อมูลจากปตท.อยู่ ซึ่งบางรายการที่เป็นสมบัติสาธารณะ และมีการเวนคืนที่ดินของประชาชนกลับพบว่าไม่มีการคิดเพื่อนำมาคืนเข้าไปด้วย เช่นโครงการท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย ที่มีมูลค่ากว่า 150,000 ล้านบาท อันเป็นการวางท่อโดยใช้สิทธิเหนือที่ดินของเอกชนและใช้สมบัติของแผ่นดิน จึงควรต้องโอนกลับมาเป็นของรัฐ

ด้าน นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับนายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รมว.พลังงาน เกี่ยวกับการคิดอัตราค่าเช่าท่อก๊าซ บมจ.ปตท.(PTT) วานนี้ (21 ม.ค.51) ว่า คาดว่าจะไม่สามารถเสนอเรื่องดังกล่าวในที่ประชุมค.ร.ม.ในวันนี้ (22 ม.ค.51) โดยคาดว่าจะเสนอได้ในวันอังคาร ที่ 29 ม.ค.51 เนื่องจากการคิดฐานรายได้จากค่าผ่านท่อก๊าซยังเห็นไม่ตรงกัน แต่ในหลักการเกี่ยวกับวิธีการคิดได้เห็นตรงกันแล้ว

“ในหลักการเบื้องต้นได้ตกลงวิธีการคำนวณค่าเช่าท่อก๊าซร่วมกันแล้ว แต่ยังมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันในเรื่องของฐานรายได้ที่นำมาใช้ในการคำนวณ ซึ่งคาดว่าอาจไม่สามารถหาข้อสรุป เพื่อเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ทัน ในวันนี้ (22 ม.ค.) แต่อาจมีการรายงานให้ที่ประชุมรับทราบ เพื่อขอขยายเวลาการหาข้อสรุปออกไปอีก 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า จะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในรัฐบาลชุดนี้” นายสถิตย์ กล่าว

ขณะที่ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คณะทำงานพิจารณาหลักเกณฑ์การกำหนดค่าเช่าที่ราชพัสดุและท่อส่งก๊าซราย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เสนอรมว.คลัง พิจารณาแนวทางการจัดเก็บค่าเช่าท่อก๊าซ ที่ 10% ของรายได้ในอนาคตตั้งแต่ปี 51 โดยคาดว่าจะอยู่ที่ราว 4.5 พันล้านบาทต่อปี ส่วนการคำนวณรายได้ตั้งแต่ปี 45-49 มีการลดฐานรายได้เหลือ 4.5 พันล้านบาท จากเดิม 5.7 พันล้านบาท และคิดในอัตรา 10% เช่นกัน

“ตัวเลขของ ปตท.เปลี่ยนทุกวัน ทำให้คณะทำงานต้องเสนอเป็นเงื่อนไขสำหรับรายได้ในอนาคตตั้งแต่ปี 51 ไปให้ใช้ตัวเลขที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินรับรองแต่ละปีเป็นฐาน โดยคาดว่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,500 ล้านบาทต่อปี และคิดอัตราค่าเช่าที่ 10% บนฐานรายได้”แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง

เขากล่าวว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ ทาง รมว.คลังกับรมว.พลังงานต้องไปตกลงกันหรือให้คณะรัฐมนตรี(ค.ร.ม.)ตัดสินว่า จะรับแนวทางดังกล่าวหรือไม่

PTT จะต้องโอนทรัพย์สินบางส่วนคืนให้แก่คลังตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ซึ่งมีทั้งสิ้น 1.51 หมื่นล้านบาท โดยทรัพย์สินดังกล่าวมีท่อส่งก๊าซฯเป็นทรัพย์สินหลัก หลังจากนั้น PTT จะเป็นผู้เช่าให้ท่อก๊าซซึ่งจะมีอัตราเช่าขั้นต่ำ 5% ของรายได้ค่าผ่านท่อในส่วนของระบบท่อก๊าซที่แบ่งแยกคืนกระทรวงการคลัง

แหล่งข่าว กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่มีการปรับลดฐานรายได้ในการคำนวณค่าเช่าจาก 5.7 พันล้านบาท เหลือ 4.5 พันล้านบาท สำหรับปี 45-49 เนื่องจาก PTT เสนอรายได้ที่ 3.6 พันล้านบาท ขณะที่ตัวเลขจริงที่ออกมาเป็น 5.7 พันล้านบาท แต่ PTT อ้างว่าตังเลขดังกล่าว เป็นตัวเลขที่โอเวอร์ คอมพาซิตี้ จึงตัดสินกันที่ตัวเลขตรงกลางคือ 4.5 พันล้านบาท

นอกจากนี้ ในสูตรการคำนวณค่าเช่าดังกล่าวยังยอมให้ PTT หักค่าใช้จ่ายทั้งหมดซึ่งได้แก่ ค่าบริหารและค่าซ่อมบำรุง ค่าใช้จ่ายในการขาย เงินลงทุน และดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น โดยทำให้ PTT เหลือสัดส่วนของผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 12% ซึ่งน่าจะเป็นธรรมกับ PTT

สำหรับภาระภาษีนั้น ในส่วนของกรมสรรพากรคงเหลือเพียงการให้นำค่าเช่าไปหักเป็นค่าใช้จ่าย ก่อนที่จะคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 45-49 ก็คงจะมีการคำนวณใหม่ และคาดว่าจะไม่ส่งกระทบต่อค่าใช้จ่ายของ PTT มากนัก พร้อมทั้งงดเว้นเบี้ยปรับเงินเพิ่มให้กับ PTT ด้วย

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ตามหลักการแล้วได้มีการตกลงเกี่ยวกับวิธีการคำนวณรายได้ค่าท่อร่วมกันแล้ว ว่ามีจำนวนเท่าไร แต่ฐานรายได้ยังสรุปร่วมกันไม่ได้

“กระทรวงพลังงานอยากให้คำนวณค่าเช่าท่อก๊าซแบบตรงไปตรงมา ไม่ต้องคำนึงถึงรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง โดยนำอัตราค่าเช่าท่อก๊าซคูณกับปริมาณก๊าซที่ผ่านท่อก๊าซ เฉพาะในส่วนที่เป็นของกระทรวงการคลัง ซึ่งมองว่าเป็นวิธีที่ง่ายกว่าข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ที่จะใช้วิธีนำรายได้จากการผ่านท่อก๊าซโดยรวม หักรายได้ค่าผ่านท่อก๊าซที่ไม่ใช่ส่วนของกระทรวงการคลัง เช่น ท่อก๊าซในทะเล มาคูณกับอัตราค่าเช่าท่อก๊าซ อย่างไรก็ตาม มองว่าเรื่องดังกล่าวไม่จำเป็นต้องเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี แต่เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังสามารถประกาศได้ทันที” นายปิยสวัสดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังจะต้องทำความเข้าใจกับคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งศาลไม่ได้สั่งให้คิดค่าเช่าท่อในราคาแพง แต่ให้แยกทรัพย์สินที่เป็นท่อก๊าซบางส่วนที่อยู่บนที่ดินของเอกชนที่ได้มาจากการลิดรอนสิทธิ์ คืนให้กับ กระทรวงการคลัง และ มาตรา 24 พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ ปตท.มีสิทธิเช่าท่อก๊าซโดยกระทรวงการคลังจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลให้พอดี หากมากเกินไปอาจถูกผู้ถือหุ้น ปตท.ฟ้องได้ รวมทั้ง ต้องทำความเข้าใจกับมติของคณะรัฐมนตรีที่ระบุชัดเจนว่า การคิดค่าเช่าท่อก๊าซ ต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้ง ปตท. กระทรวงการคลัง ผู้ถือหุ้นปตท.และประชาชนผู้ใช้ก๊าซ ซึ่งต้องมีเหตุผล โดยดูข้อขอกฎหมายและคำพิพากษาให้เข้าใจ เพื่อที่จะเป็นหลักนำไปสู่การคิดค่าเช่าท่อก๊าซที่เป็นธรรมได้

 

 


 
:: Home  |  News  |  Portfolio Tracking  |  Games  |  Webboard  |  Education  |  Stock Comment  |  Technical Tools  |  Stock Aleart [ SMS ] ::
CopyRight (C) 2003 Reserved by ThaiSet.com
Agreement | Privacy Policy | Advertise with us