ธปท.ยันยังไม่ยกเลิกมาตรการ
30% เพราะยังไม่ถึงเวลาเหมาะสม แนะผู้ส่งออกอย่าตื่นตระหนกกับข่าวลือจนเทขายดอลลาร์ออกมา
ยอมรับบาทแข็งเร็วเกินไป แต่พร้อมเข้าไปดูแลใกล้ชิด ด้านค่าเงินบาททุบสถิติแข็งค่าสุดในรอบ
10 ปีอีกครั้ง ผู้ประกอบการยังคงเทขายดอลล์ต่อเนื่อง หลังประเมินมาตรการแก้ปัญหา
"ซับไพร์ม" ในสหรัฐฯ ไม่ได้รับการตอบรับ
นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)
กล่าวว่า ยอมรับว่าค่าเงินบาทในช่วงนี้แข็งค่าเร็วเกินไป
หลังมีผู้ส่งออกบางส่วนคาดการณ์ไปตามข่าวลือในบางเว็บไซต์ที่ระบุว่า
ธปท.อาจจะยกเลิกมาตรการกันสำรองเงินทุนนำเข้าระยะสั้น
30% หลังได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามา จึงเร่งเทขายดอลลาร์ออกมา
ทั้งนี้ ยืนยันว่าการจะตัดสินใจยกเลิกมาตรการดังกล่าว
ต้องถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งจะต้องพิจารณาจากเศรษฐกิจโดยรวมว่าฟื้นตัวแล้วหรือไม่
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมทั้งผลกระทบจากปัญหาซับไพร์ม
มาตรการกันสำรอง 30% เป็นมาตรการชั่วคราว ซึ่งการยกเลิกต้องรอดูจังหวะที่เหมาะสม
นางสุชาดา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินที่แข็งค่ามากเกินไปนั้น เกิดจากการตกใจและเทขายตามกันมากกว่า
ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มอ่อนค่าลงบ้างแล้ว หลังจากที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
และวานนี้เริ่มเห็นสัญญาณผู้ส่งออกชะลอการขายดอลลาร์ ขณะที่ผู้นำเข้าก็เริ่มมีสัญญาณกลับมาซื้อดอลลาร์เช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงายว่า คาดว่า ธปท.จะยังเข้ามาดูแลค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง
เพื่อไม่ให้แข็งค่าไปมากกว่านี้ เพราะทิศทางค่าเงินบาทในช่วงนี้แข็งค่าขึ้น
ซึ่งเป็นไปตามทิศทางเดียวกันกับค่าเงินในสกุลภูมิภาค หลังจากที่ความเชื่อมั่นในค่าเงินสกุลดอลลาร์ลดลงจากปัญหาเศรษฐกิจภายในของสหรัฐฯเอง
สำหรับการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทวันนี้ (21 ม.ค.) เปิดตลาดแข็งค่าสูงสุดในรอบ
10 ปีอีกครั้ง โดยแข็งค่าถึงระดับ 33.03-33.05 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งเป็นผลมาจากแรงเทขายของผู้ส่งออกที่เกรงว่าเงินบาทจะแข็งค่ามากขึ้น
ทั้งนี้ การที่ผู้ส่งออกเทขาย เนื่องจากเห็นว่ามาตรการแก้ไขปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพ
(ซับไพร์ม) ของสหรัฐฯ ที่มีการใช้เม็ดเงินสูงถึง 145,000-150,000
ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่ได้รับการตอบรับจากตลาดเท่าที่ควร
จะเห็นได้จากตลาดหุ้นสหรัฐนลดลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม จากการแข็งค่าของเงินบาทได้มีแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐจากธนาคารแห่งประเทศไทยที่เข้ามาแทรกแซง
ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 33.09 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่าหาก ธปท.ไม่เข้ามาแทรกแซงเงินบาทวันนี้คงจะหลุดระดับ
33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว และจุดนี้เป็นจุดรับที่สำคัญที่
ธปท.ไม่ต้องการเห็นเงินบาทแข็งค่าไปมากกว่านี้
|