ดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้ขาขึ้น
นักลงทุนคลายวิตกการเมือง พปช.ไม่โดนยุบใกล้เห็นรัฐบาลชุดใหม่
ด้านคลังสรุปค่าเช่าท่อก๊าซปตท.ส่งผลบวกเชิงจิตวิทยา นักลงทุนเล็งซื้อหุ้นบลูชิพราคาถูก-เก็งงบไตรมาส
4 ปี 50 ดันดัชนีทะลุ 800 จุด ก่อนขึ้นทดสอบ 815 จุด ส่วนโบรกเกอร์แนะกลยุทธ์ลงทุนแบบปลอดภัยไว้ก่อน
เลือกหุ้นพื้นฐานดี ปันผลสูง ทั้ง SCC SCB KBANK IRPC
หวั่นตลาดถูกกระทบจากซับไพร์มและเศรษฐกิจสหรัฐฯถดถอย
ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ ดัชนีมีแนวโน้มขาขึ้นมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุ
800 จุด และขึ้นไปทดสอบที่แนวต้าน 810-815 จุด เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลจากปัญหาการเมือง
หลังจากที่ศาลฎีกายกคำร้องให้ยุบพรรคพลังประชาชน(พปช.)
ประกอบกับมีความคืบหน้าในการประกาศจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งส่งผลบวกต่อจิตวิทยาการลงทุน
ขณะเดียวกันสัปดาห์นี้มีความชัดเจนเกี่ยวกับกรณีค่าเช่าท่อก๊าซของ
บมจ.ปตท.(PTT) ซึ่งจะลดแรงกดดันที่มีต่อหุ้น PTT และดัชนีหุ้นไทยด้วย
นอกจากนี้คาดว่าจะมีนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส
4 ปี 50 ของบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ที่กำลังจะประกาศออกมามากขึ้น
ขณะที่ราคาหุ้นหลายตัวก็อยู่ในระดับที่น่าสนใจ หลังจากปรับตัวลดลงแรงในช่วงสัปดาห์ก่อน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่าตลาดอาจจะยังได้รับผลกระทบจากปัญหาซับไพร์มและภาวะเศรษฐกิจอเมริกาถดถอย
ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนช่วงนี้นักลงทุนควรเข้าลงทุนในหุ้นพื้นฐานที่ให้อัตราตอบแทนเงินปันผลสูงเป็นหลัก
นายแสงธรรม จรณชัยกุล ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน
บล.ธนชาต จำกัด กล่าวว่า ภาวะการลงทุนในสัปดาห์นี้ดัชนีมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่
810 จุด เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องการเมือง
หลังจากศาลฎีกา มีมติยกคำร้องคดีที่นายชัยวัฒน์ สินสุวงศ์
อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บุรีรัมย์ ของพรรคประชาธิปัตย์
ฟ้องร้องยุบพรรคพลังประชาชนว่าเป็นนอมินีไทยรักไทย ซึ่งส่งผลบวกต่อจิตวิทยาการลงทุน
อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้แนะนำนักลงทุนเลือกลงทุนหุ้นเป็นรายตัว
โดยเฉพาะในหุ้นพื้นฐานดี มีเงินปันผล รวมถึงหุ้นที่ราคาปรับตัวลดลงมามาก
โดยหุ้นเด่น ได้แก่ SCC- KBANK-SCB และ IRPC
ด้านนางวิริยา ลาภพรหมรัตน ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์
บล.เกียรตินาคิน จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มทิศดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีโอกาสทดสอบแนวต้านสำคัญที่
800-815 จุด หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการเมือง
หลังศาลยกคำร้องให้ยุบพรรคพลังประชาชน อย่างไรก็ตามนักลงทุนต้องติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นต่างประเทศ
รวมถึงการประกาศผลประกอบการของบริษัทฯ ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เนื่องจากปัจจัยดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อการลงทุน
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะ ถือ หรือ รอซื้อบริเวณ 785-780
จุด ในกลุ่มพลังงาน โดยประเมินแนวรับอยู่ที่บริเวณ 780-770
จุด และแนวต้านอยู่ที่ 800-815 จุด
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บล.กิมเอง(ประเทศไทย จำกัด(มหาชน)
กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ยังผันผวนซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยการเมืองที่ยังไม่มีความแน่นอน
แม้จะมีการประการจัดตั้งพรรคร่วมรัฐบาล เพราะนักลงทุนยังเชื่อว่าการเมืองจะยังไม่นิ่ง
จึงชะลอการลงทุนออกไปก่อนบางส่วน และนักลงทุนยังวิตกกับปัญหาตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่ตกต่ำและสะท้อนให้เห็นว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะถดถอยในสหรัฐฯ
กดดันต่อเศรษฐกิจทั่วโลก
อย่างไรก็ตามคาดว่าสัปดาห์นี้ดัชนีหุ้นจะแกว่งตัวแต่อยู่ในขาขึ้น
เพราะสัปดาห์ที่แล้วดัชนีหุ้นอ่อนตัวลงมามาก เพราะมีแรงเทขายออกมามากเกือบทุกกลุ่ม
ส่วนกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ ได้แก่
กลุ่ม ปตท. และธนาคารพาณิชย์
ทั้งนี้ดัชนีหุ้นไทยเมื่อวันศุกร์(18 ม.ค.)ปิดที่ระดับ
789.67 จุด ลดลง 1.58 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 20,626.75
ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,406.11 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ
741.15 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 2,147.25 ล้านบาท
|