ThaiSet.com
Member name:

Password:


 
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิกฟรี

 
 
 
    :: DIMETเหนือจองทะลุ1.50บ.ข่าวดีได้สีPPGพันธมิตรใหม่

วันนี้ DIMET เปิดเหนือจองยืนที่ 1.50 บาท เพราะกลยุทธ์ขายไอพีโอแค่บาทเดียว ผู้บริหารมั่นใจทั้งเปิดและปิดหุ้นยืนเหนือจอง มีข่าวดีรอ ผู้ผลิตสีจากอเมริกา PPG จ่อเซ็นสัญญาพันธมิตรธุรกิจ เชื่อสัปดาห์นี้เซ็นเอ็มโอยู ได้ขยายตลาดไปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้าน 5 โบรกฯให้เป้าราคาสูงสุด 1.22 บาท ฐานะแกร่ง


-ปันผลปี 51 ที่ 0.03 บาทต่อหุ้น
นักวิเคราะห์รายหนึ่ง เชื่อว่าราคาหุ้นบริษัท ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน) หรือ DIMET ที่เข้าซื้อขายตลาดเอ็มเอไอวันนี้ (21 ม.ค.51) เปิดเหนือกว่าจอง ยืนที่ระดับ 1.50 บาท เพราะราคาไอพีโอที่ตั้งไว้ค่อนข้างต่ำเกินจริง ขายเพียง 1 บาทเท่านั้น เหมือนเป็นกลยุทธ์ของที่ปรึกษาทางการเงินที่ต้องการให้ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นได้แม้ในช่วงที่ภาวะตลาดหุ้นผันผวน

ประกอบกับช่วงนี้หุ้นมูลค่าขนาดใหญ่ค่อนข้างเสี่ยงในการปรับลดลงต่อเนื่อง ดังนั้นนักลงทุนอาจจะหันมาสนใจเข้าลงทุนหุ้นน้องใหม่ได้ ส่วนราคาหุ้น DIMET จะสามารถยืนแดนบวกได้จนถึงปิดการซื้อขายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดหุ้นหากมีทิศทางเป็นบวกจะช่วยหนุนราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นได้

นายสุรพล รุจิกาญจนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน) หรือ DIMET มั่นใจว่าราคาหุ้นยืนเหนือราคาจองซื้อ 1 บาทได้แน่นอน แต่จะสามารถทะลุถึงระดับ 1.50 บาทตามที่มีข่าวหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่สามารถตอบคำถามได้ เป็นเรื่องของการซื้อขายของนักลงทุน หวังว่าการซื้อขายวันนี้ราคาหุ้นจะสามารถยืนเหนือ 1 บาทได้จนถึงช่วงปิดการซื้อขาย

ส่วนราคาไอพีโอที่ตั้งไว้ 1 บาทอาจถูกมองว่าต่ำเกินจริงนั้น ส่วนตัวกลับมองว่าเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว ไม่ได้สูงจนเกินไปหรือต่ำเกินหากเทียบกับปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มการเติบโตของบริษัท

“เราเป็นหุ้นน้องใหม่ก็ไม่คาดหวังว่าการเมืองที่อาจจะชัดเจนมากขึ้นหลังจากช่วงที่ผ่านมามีการแถลงว่าจะจัดตั้งรัฐบาลจะช่วยทำให้ภาวะตลาดหุ้นดีขึ้น แต่เราเชื่อว่าด้วยราคาหุ้นที่ถูกเข้ากับสถานการณ์ช่วงนี้ และพื้นฐานบริษัทที่แข็งแกร่งจะช่วยให้เราฝ่าภาวะต่างๆได้” นายสุรพล กล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างรอพันธมิตรทางธุรกิจ คือบริษัท PPG ซึ่งเป็นบริษัทสีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองจากอเมริกา ที่มีความเชี่ยวชาญสูงด้านสีที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ เพื่อที่จะร่วมกันกำหนดรายละเอียดรวมถึงวันที่ในการเซ็นสัญญาตกลงร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจอย่างเป็นทางการ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีความชัดเจนในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้หากบริษัทได้เซ็นสัญญารับออเดอร์จากบริษัท PPG ก็จะทำให้สามารถขยายตลาดส่งออกในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ โดยเฉพาะในส่วนของสีพ่นรถยนต์ สำหรับการส่งออกต่างประเทศที่ในปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทยังน้อยมากหากเทียบกับรายได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ในอีก 2 เดือนข้างหน้า บริษัทคาดว่าจะได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต ISO14000 ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถผลิตที่ใช้สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ เพิ่มฐานลูกค้าในการส่งออกทางอ้อมได้

นายสุรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทคาดว่าผลประกอบการปี 51 (ก.ค.2551-มิ.ย. 2552) รายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% เนื่องจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมียังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มจำนวนของโรงไฟฟ้า ซึ่งล้วนจำเป็นต้องใช้สีที่มีคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบในการก่อสร้างทั้งสิ้น สำหรับในงวดบัญชี 2549 บริษัทมีรายได้ 303.48 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 12.28 ล้านบาท ส่วน 3 เดือนแรกของงวดบัญชีปี 50 บริษัทมีรายได้ 72.01 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 3.22 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ตัวเลขการเติบโตดังกล่าวเป็นการประเมินขั้นต่ำเนื่องจากบริษัทฯ ได้งานจากบริษัท PPG และการรับรองมาตรฐาน ISO 14000 เร็วกว่าที่คาดไว้ก็จะทำให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีสำคัญ

สำหรับแนวโน้มครึ่งแรกปีนี้ บริษัทมีแผนที่จะปรับปรุงเครื่องจักรผลิต โดยตั้งงบประมาณลงทุน 20 ล้านบาท เพื่อรองรับออเดอร์สีพ่นรถยนต์ไลน์ใหม่ ซึ่งหลังการปรับปรุงเครื่องจักรเสร็จคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ได้ทันทีจากกำลังการผลิตสีที่เพิ่มขึ้นเป็น 6 ล้านลิตรต่อปี จากปัจจุบันที่กำลังการผลิตเต็มที่อยู่ที่ 4.3 ล้านลิตรต่อปี นอกจากนี้ในอนาคตบริษัทจะขยายการผลิตสีไลน์ใหม่เพิ่ม โดยเน้นสีที่ใช้สำหรับพ่นรถยนต์ทั้งเพื่อการส่งออกและในประเทศ ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าระดับปัจจุบันที่อยู่ที่ 35% ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นในอนาคตแน่นอน

ด้าน บล. ฟาร์อีสท์ ประเมินราคาเหมาะสม DIMET ที่ 1.22 บาท อิงค่าพี/อี 9 เท่า โดยประเมินรายได้ ปี 51 ที่ 346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% และกำไรสุทธิ ที่ 22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.38% ถือเป็นการเติบโตในระดับที่น่าประทับใจ บล.สินเอเชีย ให้ราคาเป้าหมาย DIMET ที่ 1.19 บาท และประเมินอัตราเงินปันผลจ่ายตามนโยบายขั้นต่ำที่ 40% ทำให้คาดว่าผลการดำเนินงานปี 51 DIMET จะอนุมัติจ่ายเงินปันผลที่ 0.03 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ 3.5% ยอดรายได้ปี 51 ที่ 341 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY เนื่องจากคาดว่า DIMET จะเพิ่มปริมาณการจำหน่ายของสีป้องกันสนิม และสีอุตสาหกรรม ที่ร้อยละ 9 ตามลำดับ ขณะที่กำไรขั้นต้นคาดว่าจะรายงานที่ 102 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 9% YoY ซึ่งเป็นผลจากปริมาณการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าราคาขายของผลิตภัณฑ์

บล. บีฟิท ประเมินราคาเหมาะสม ที่ 1.42 บาท ขณะที่ประเมินราคาเหมาะสมโดยใช้วิธี Prospective P/E ที่ราคา 1.09 บาท ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยฯเลือกพิจารณา กำหนดระดับช่วงราคาเหมาะสมปี 2009 ของ DIMET ด้วยค่าเฉลี่ยระหว่าง วิธี Prospective P/E และวิธี Free cash flow to the firm model (FCFF) ที่ระดับราคาเหมาะสม 1.26 บาทโดยประเมินแนวโน้มรายได้ปี 51 และ 52 ขยายตัว 14.2% และ 11.9% เป็น 343 ล้านบาท และ 384 ล้านบาท ตามลำดับ จากยอดผลิตภัณฑ์สีชนิดกันสนิมที่จะเติบโตตามแผนการลงทุนทั้งในส่วนของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี, โรงกลั่นน้ำมัน, โรงไฟฟ้า, แท่นขุดเจาะน้ำมัน โดยเฉพาะสายสัมพันธ์ที่ดีผ่านลูกค้ารายใหญ่ อย่าง PTT UNOCAL และ EGAT ขณะที่คาดกำไรจากการดำเนินงาน ที่ 15.07 ล้านบาท และ 19.51 ล้านบาท ในปี 51 และ 52 คิดเป็นอัตราการขยายตัว 22.7%และ 29.4% ตามลำดับ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ให้ราคาเป้าหมาย DIMET ที่ 1.2 บาท ตามวิธีการคิดลดกระแสเงินสด (DCF) เราได้มูลค่าตามปัจจัยพื้นฐานของ DIMET ในปี 2551 ที่ 1.2 บาทและเราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลในปี 2551 เท่ากับ 0.03 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผลเท่ากับ 2.8% คาดแนวโน้มกำไรเติบโต 28% ในอีก 3 ปีข้างหน้า จากการที่อุตสาหกรรมสีมีแนวโน้มการเติบโตดี ประกอบกับ DIMET มีเทคโนโลยีในการพัฒนาและผลิตสีที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้มีรายได้ต่อเนื่องจากการขายสีป้องกันสนิมให้กับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและปิโตรเคมี เราคาดผลกำไรสุทธิปีบัญชี 51 (สิ้นงวดบัญชีเดือน มิ.ย.) และปีบัญชี 52 เติบโต 20.6% และ 26.5% หรือคิดเป็น 14.8 ล้านบาท และ 18.7 ล้านบาทตามลำดับ การเติบโตของกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่องนี้คิดเป็นการเติบโต 16.3% ในอีก 3 ปีข้างหน้า (2550-53)

บล.เคทีบี ให้ราคาเหมาะสมปี 51 ที่ 1.18 บาท อิงค่า PE ตลาด MAI ในช่วง 11-13 เท่า เรามองว่าบริษัทมีจุดแข็งในตลาดสีกันสนิมคุณภาพสูง อีกทั้งรายได้และสุทธิมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามภาวะการบริโภคที่จะฟื้นตัวและส่วนลดทางภาษี คาดรายได้ปี 50 เติบโต 15.8% แม้สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแม้ว่าในปี 50 (ก.ค.49-มิ.ย.50) สภาพเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลังงานยังคงเติบโตและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายสีกันสนิมของบริษัทพุ่งสูง ฉุดให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 15.8% YoY นอกจากนี้ สีกันสนิมซึ่งมี margin สูงสุดยังฉุดให้อัตรากำไรเบื้องต้นสูงขึ้นเป็น 30.9% เทียบกับปีก่อนที่ 29.8% เป็นผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 50 จำนวน 12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.0% YoYคาดกำไรปี 51-53 เติบโตเฉลี่ย 26.1% ทั้งจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและได้ส่วนลดทางภาษีเป็นปัจจัยหนุน

 

 


 
:: Home  |  News  |  Portfolio Tracking  |  Games  |  Webboard  |  Education  |  Stock Comment  |  Technical Tools  |  Stock Aleart [ SMS ] ::
CopyRight (C) 2003 Reserved by ThaiSet.com
Agreement | Privacy Policy | Advertise with us