กระทรวงเกษตรและสหกรณ์วาง
6 ยุทธศาสตร์ ดันสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยสู่มาตรฐานสากล
ทั้ง พืช ปศุสัตว์และสัตว์น้ำ ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่การผลิตเกษตรอินทรีย์ให้ได้
200,000 ไร่ ภายในปี 2552
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า
กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์สู่มาตรฐานสากล
ปี 2551-2552 เพื่อเป็นแนวทางในการผลักดันเพิ่มการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
และได้รับการยอมรับในระดับสากล
ทั้งนี้ มีเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่การผลิตเกษตรอินทรีย์ทั้งด้านพืช
ปศุสัตว์ และสัตว์น้ำ ได้แก่ ข้าว ผัก ผลไม้ สมุนไพร กุ้ง
ปลา เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นมและไข่ รวมเป็น 200,000 ไร่
ภายในปี 2552
สำหรับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์สู่มาตรฐานสากล
ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านมาตรฐานและระบบการรับรอง พัฒนาและส่งเสริมมาตรฐานการผลิตและการตลาดเกษตรอินทรีย์
พัฒนาระบบการรับรองเกษตรอินทรีย์ให้เข้าสู่มาตรฐานสากล
ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการส่งเสริม สนับสนุนเกษตรกรและเครือข่าย
เพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตและการสร้างมูลค่าสินค้าเกษตรอินทรีย์
ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านระบบเชื่อมโยงการผลิต การแปรรูป
และการตลาด จัดทำข้อตกลงล่วงหน้าในการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร
การเพิ่มช่องทางตลาดสินค้า การจัดระบบการรวบรวมและกระจายสินค้า
ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การตลาด
ทำแผนประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ให้เหมาะสมกับทุกกลุ่มเป้าหมาย
การจัดงานแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์ทั้งในและนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง
ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการวิจัยและพัฒนา ร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนในการวางแผนแนวทางการวิจัยเพื่อใช้เป็นกรอบการศึกษาวิจัย
และนำผลไปสู่การปฏิบัติเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอินทรีย์
ยุทธศาสตร์ที่ 6 ด้านนโยบายและการบริหารจัดการ ตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อกำหนดนโยบาย
การบริหารจัดการ รวมทั้งแต่งตั้งหน่วยงานประสานงานเพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายของคณะกรรมการระดับชาติ
ทั้งนี้ นายยุคล คาดว่าการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะช่วยยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยให้มีความน่าเชื่อถือและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค
ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณการบริโภคภายในประเทศและปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น
|