ThaiSet.com
Member name:

Password:


 
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิกฟรี

 
 
 
    :: UMS แย๊บข่าวดีได้พันธมิตรใหม่เร็วๆนี้

ยูนิค ไมนิ่งฯ ใกล้ได้พันธมิตรใหม่ รุกธุรกิจสิ่งแวดล้อม แนวโน้มไตรมาส 1 ปี 2551 รายได้และกำไร ทุบสถิติใหม่เป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน หลังราคาถ่านหินโลกขึ้นไม่หยุด

นายชัยวัฒน์ เครือชะเอม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน)(UMS) เปิดเผยความคืบหน้าในด้านการหาพันธมิตรใหม่จากต่างชาติว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้วและน่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้อย่างแน่นอน โดยทางบริษัทเตรียมที่จะดำเนินธุรกิจใหม่ด้านการบำบัดขยะชุมชนโดยใช้เทคโนโลยีจากประเทศเยอรมัน ซึ่งคาดว่าบริษัทยูนิค ไมนิ่ง จะถือหุ้นร้อยละ 51 ส่วนบริษัทร่วมทุนจะถือหุ้นร้อยละ 49


ส่วนผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ปี 2551 นั้นน่าจะอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดยรายได้และกำไรมีแนวโน้มที่จะทุบสถิติใหม่เป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน หลังจากที่ทั้งรายได้และกำไรปรับเพิ่มขึ้นมาโดยตลอดและทำสถิติใหม่ 5 ไตรมาสติดต่อกันแล้ว
ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2549 โดยกำไรสุทธิไต่ระดับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 41, 57, 61, 102 และ 142 ล้านบาท ตามลำดับ นอกจากนี้ ราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 90 เหรียญต่อตันขึ้นมาเป็นมากกว่า 120 เหรียญต่อตันภายในระยะเวลา 1 เดือน พร้อมกับปัจจัยเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกอย่างมากต่อผลประกอบการในปีนี้


ทั้งนี้ จากสถิติในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไตรมาส 1 จะเป็นไตรมาสที่มีรายได้น้อยที่สุด และค่อยๆปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาสต่อๆไป เนื่องจากบริษัทจะขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มขึ้นทุกไตรมาส ดังนั้นผลการดำเนินงานในปีนี้จึงน่าจะทะลุเป้าหมายราย
ได้เติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ไม่ยากนัก และราคาหุ้นน่าจะค่อยๆไต่ระดับเพิ่มขึ้นทุกไตรมาสเหมือนกับในปี 2550 ที่เพิ่มขึ้นจากระดับประมาณ 8 บาท เมื่อต้นปี เป็น 27.75 บาท เมื่อสิ้นปี 2550


ส่วนประเด็นในเรื่องคู่แข่งใหม่ๆที่กำลังจะเข้ามาในตลาดนั้น บริษัทไม่ได้มีความเป็นกังวลแต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมากกว่า และยังเป็นผู้นำในเรื่องของการบริหารต้นทุนด้วย จากการที่บริษัทมีคลังสินค้าซึ่งมีระบบสายพานลำเลียง ท่าเทียบเรือ การบริหารการเดินเรือ การขนส่งทางบก อย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นการลงทุนรวมในระดับพันล้านบาท ส่งผลให้คู่แข่งเข้ามาแข่งขันได้ยากขึ้น และปีที่ผ่านมา มีหลายบริษัทที่เข้ามาดำเนินธุรกิจนี้และมีแนวโน้มว่าอาจจะต้อง
เลิกธุรกิจไป เนื่องจากไม่สามารถควบคุมต้นทุนราคาถ่านหินที่มีความผันผวนอย่างมากในปัจจุบัน และยังมีความรู้ความเข้าใจในตลาดถ่านหินไม่เพียงพอ ทำให้บางรายอาจต้องล้มเลิกโครงการไป เพราะไม่สามารถหาถ่านหินมาส่งให้กับลูกค้าได้ตามที่ตกลงไว้


ผลประกอบการปี 2550 บริษัทมีรายได้รวม 2,482 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 80 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2549 ซึ่งบริษัทมีรายได้รวม 1,379 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้ขยายฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น จากการที่ลูกค้าหันมาใช้ถ่านหินแทนน้ำมันเตามากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 363.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 110 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยบริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2550 ให้กับผู้ถือหุ้นเพิ่มอีกหุ้นละ 1.50 บาท

 


 
:: Home  |  News  |  Portfolio Tracking  |  Games  |  Webboard  |  Education  |  Stock Comment  |  Technical Tools  |  Stock Aleart [ SMS ] ::
CopyRight (C) 2003 Reserved by ThaiSet.com
Agreement | Privacy Policy | Advertise with us