ตลาดหลักทรัพย์เตรียมปรับเกณฑ์รับบริษัทจดทะเบียใหม่
หวังจูงใจบริษัทเข้าตลาดหุ้นเพิ่มขึ้น เล็งลดสัดส่วนกระจายหุ้นให้รายย่อยเหลือต่ำกว่า
25% พ่วงลดเวลาติดไซเรนต์ พีเรียดของผู้บริหารลง จากเดิมกำหนดไว้
18 เดือน เผยเตรียมเสนอบอร์ดพิจารณาภายในเดือนนี้
นายศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
(ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.เตรียมปรับหลักเกณฑ์การรับบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ใหม่เข้าตลาดหุ้น
เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและผลักดันให้มีบริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดมากขึ้น
โดยอาจลดสัดส่วนกระจายหุ้นให้รายย่อย และลดระยะเวลาห้ามขายหุ้น(ไซเรนต์
พีเรียด)โดยเตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการตลท.ภายในเดือนม.ค.นี้
"ตอนนี้แนวทางในการแก้ไขเกณฑ์เสร็จแล้ว แต่เราคงต้องเสนอให้บอร์ดพิจารณาในการประชุมภายในเดือนนี้"
นายศักรินทร์ กล่าว
ทั้งนี้ แนวทางแก้ไขหลักเกณฑ์ใหม่จะพิจารณาปรับปรุงเรื่องกำหนดสัดส่วนการกระจายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไป
ซึ่งอาจจะน้อยกว่าปัจจุบันซึ่งกำหนดไว้ที่ 25% อย่างไรก็ตามคณะกรรมการตลท.จะเป็นผู้พิจารณาจากหลายกรณีที่คณะทำงานเสนอ
รวมถึงหลักเกณฑ์ใหม่ ยังจะพิจารณาเรื่องระยะเวลาห้ามซื้อขายหุ้นของผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่
(Silent Period) โดยแยกประเภทให้ชัดเจนว่าควรเป็นผู้ถือหุ้นในลักษณะใด
และอาจมีการลดระยะเวลาในการเข้าระยะไซเรนต์ พีเรียดลง
สำหรับเป้าหมาย ในการแก้ไขกฏเกณฑ์การรับบริษัทจดทะเบียนที่จะเข้าใหม่ดังกล่าวเพื่อให้เกิความคล่องตัว
และสอดคล้องกับมาตรฐานของต่างประเทศจากในช่วงที่ผ่านมาบางกฎเกณฑ์อาจมีความเข้มงวดมากเกินไป
ทั้งนี้ ตลท.ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อแก้ไขเกณฑ์การได้มาและจำหน่ายไป
รวมถึงรายการที่เกี่ยวโยง ของบจ.เดิมซึ่งเป็นเรื่องของการเปิดเผยข้อมูล
จากในช่วงที่ผ่านมาได้แก้ไขให้บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.)
มีการเปิดเผยข้อมูลเช่นเดียวกับบริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้
ตลท.ยังจะปรับปรุงเกณฑ์การดำรงสถานะ และการเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯเพื่อให้สอดคล้องกัน
รวมถึงจะทบทวนหลักเกณฑ์การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯทางอ้อมด้วย
นายภานุ คงแท่น ผู้จัดการฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์
ซีมิโก้ จำกัด(มหาชน)หรือ ZMICO เปิดเผยว่า สำหรับกรณีที่ในอนาคตบริษัทจดทะเบียนอาจจะกระจายหุ้นสำหรับการเสนอขายกับประชาชนทั่วไปในสัดส่วนต่ำกว่า
25% ของทุนจดทะเบียนนั้นการกระจายหุ้นสัดส่วนดังกล่าว
มีส่วนช่วยให้บริษัทฯต่างๆ ที่อาจไม่ต้องการเงินระดมทุนจำนวนมาก
รวมบริษัทขนาดเล็กเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น
แต่สำหรับผลกระทบในเชิงตัวหุ้นหลังเข้าตลาดฯ ยังคงคาดเดายาก
นอกจากนี้ ในเรื่องของการที่จะลดระยะเวลาการห้ามซื้อขายหุ้นของผู้บริหาร
หรือ ไซเรนต์ พีเรียดให้ต่ำกว่า 18 เดือน ก็ยังไม่สามารถประเมินทั้งผลดีและผลเสียได้เช่นกัน
เพราะยังไม่มีความชัดเจนเรื่องของระยะเวลาที่จะลดลงไปว่าจะมีมากเท่าใด
|