ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติการนำเข้าน้ำมันปาล์มเพื่อเพิ่มปริมาณสต๊อคสำรองในประเทศ
โดยให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) นำเข้าน้ำมันปาล์มดิบใสปริมาณ
3 หมื่นตันภายใต้กรอบความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนหรืออาฟต้า
พร้อมมีมติให้อคส.เปิดแอล/ซี กับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
เพื่อนำเข้าน้ำมันปาล์มดังกล่าวในวงเงิน 1.2 พันล้านบาท
สำหรับน้ำมันปาล์มดังกล่าวให้จัดสรรให้กับสมาชิกโรงกลั่นน้ำมันปาล์มตามสัดส่วนการรับซื้อผลผลิตปาล์มดิบในประเทศปี
2550 โดยต้องอคส.ต้องนำเข้าให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 29
ก.พ.2551 เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตปาล์มที่จะออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมี.ค.2551
ขณะนี้ราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศมีราคาสูง อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ที่ใช้ในการบริโภคและผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
กระทรวงพาณิชย์จึงแนวทางแก้ปัญหาโดยขอนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบใสปริมาณ
3 หมื่นตัน และคาดว่าการนำเข้าดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาผลปาล์มที่เกษตรกรขายได้
เพราะเป็นการนำเข้าเพื่อสกัดการเก็งกำไรและลดการแคลนเท่านั้นดร.โชติชัยกล่าว
สำหรับสถานการณ์การผลิตปาล์มน้ำมันปี 2550 พบว่าไทยผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้
1.05 ล้านตัน ใช้ผลิตน้ำมันบริสุทธิ์ในประเทศเพื่อการบริโภค
9.05 แสนตัน นำไปใช้ผลิตไบโอดีเซล หรือบี 100 ประมาณ 2
พันตัน และส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ 2.24 แสนตัน ส่งผลให้
ณ สิ้นปี 2550 จึงเหลือสต็อคทั้งระบบประมาณ 8.3 หมื่นตัน
ขณะที่สถานการณ์ปี 2551 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯคาดว่าจะมีผลผลิตปาล์ม
7.87 ล้านตัน สกัดน้ำมันปาล์มดิบได้ 1.34 ล้านตัน และคาดว่าความต้องการบริโภคและอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก
9.90 แสนตัน คงเหลือน้ำมันปาล์มดิบ 3.54 แสนตัน แต่เนื่องจากความต้องการใช้ปาล์มดิบเพื่อผลิตไบโอดีเซล
และสภาวะที่ผลผลิตปาล์มช่วงปลายปีและต้นปีจะออกสู่ตลาดน้อย
จึงต้องดำเนินการเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์
กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า ในปี 2550 ราคาน้ำมันปาล์มดิบสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากราคาเฉลี่ย
18.63 บาทต่อกิโลกรัมในเดือนม.ค. เพิ่มเป็นราคาเฉลี่ย
31.47 บาทต่อกิโลกรัม และตั้งแต่กล่งเดือนธ.ค.2550 เป็นต้นมา
ราคาน้ำมันปาล์มของไทยสูงกว่ามาเลเซียเฉลี่ย 2.85 บาทต่อกิโลกรัม
|