นายธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เปิดเผยว่า
จากที่น้ำมันปาล์ม และน้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดมากที่สุด
มีราคาสูงขึ้น และเกิดภาวะขาดแคลน ในปัจจุบัน ทางกระทรวงเกษตรจึงเห็นว่าน่าจะเป็นโอกาสดีสำหรับนำมันรำข้าว
ที่ควรจะเร่งขยายเพื่อเพิ่มสัดส่วนการตลาดให้สูงขึ้นจากปัจจุบันที่มีมีอยู่ประมาณ
5 % เท่านั้น โดยน้ำมันรำข้าว ถือว่ามีคุณค่าทางอาหารมาก
ต้นทุนต่ำกว่า แต่ได้รับความนิยมน้อย ดังนั้นจึงมอบให้กรมการข้าว
เร่งประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งของนโยบายเรื่องการแปรรูปเพิ่มมูลค่า
ของข้าว ด้วย
น้ำมันปาล์ม กับถั่วเหลืองมีสัดส่วนการตลาดในประเทศสูงถึง
60 % เมื่อเกิดการขาดแคลน จึงส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนมาก
ดังนั้น ควรสนับสนุน ให้หันไปบริโภคน้ำมันชนิดอื่น โดยเฉพาะ
น้ำมันรำข้าว ที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ หากมีการกระตุ้นการบริโภคของประชาชนให้หันมาบริโภคน้ำมันรำข้าวเพิ่มขึ้น
ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันรำข้าวซึ่งมีศักยภาพเพียงพอต่อการรองรับความต้องการของตลาด
ขณะนี้ราคาน้ำมันรำข้าวปัจจุบันอยู่ที่ 42 บาท/ลิตร ซึ่งมีราคาใกล้เคียงกับราคาน้ำมันปาล์มซึ่งอยู่ที่
41 บาท/ลิตร นายธีระ กล่าว
สำหรับนโยบายการนำเข้าน้ำมันปาล์ม ของกระทรวงพาณิชย์
จำนวน 3 หมื่นตัน ซึ่งจะต้องนำเข้าภายในเดือนมกราคม นี้
คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับราคาปาล์มน้ำมันที่จะออกสู่ตลาดในต้นเดือนมีนาคม
นี้ แต่กระทรวงพาณิชย์จะต้องดูแลการนำเข้าอย่างเข็มงวด
ไม่ให้เกินระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ เพราะจะส่งผลให้ราคาปาล์มดิบตกต่ำแน่
ขณะนี้ราคาปาล์มดิบอยู่ที่กิโลกรัมละ 6.05 บาท
มาตรการนำเข้าปาล์มถือเป็นการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันปาล์มที่ขาดแคลน
แต่ควรจะมีการนำเข้าเพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น จึงไม่น่าจะกระทบต่อผลผลิตปาล์มและราคาน้ำมันปาล์มของเกษตรกร
นายธีระ กล่าว
|