เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงปัญหาเครื่องบินดีเลย์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า
ปัญหาการดีเลย์ของการบินไทยเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือ 1.สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยให้ทำการบิน
โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีปัญหาหมอกลงจัด ทำให้เครื่องบินไม่สามารถลงจอดได้
และต้องนำเครื่องบินไปลงจอดที่ท่าอากาศยานอื่นแทน เช่น
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานอู่ตะเภา
ทั้งนี้ จากการเปลี่ยนจุดจอดไปยังท่าอากาศยานอื่น ทำให้เสียเวลา
และส่งผลกระทบต่อการหมุนเวียนการใช้เครื่องบินไม่เป็นไปตามแผน
ตารางการบินประจำวันถูกเลื่อนออกไปเป็นลูกโซ่ และทำให้เที่ยวบินมีปัญหาดีเลย์
ปัญหาสภาพอากาศเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และมีผลกระทบต่อการบินไทยเพียงเล็กน้อย
ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนจุดจอดเครื่องบินระหว่างรอทำการบินที่ท่าอากาศยานปลายทาง
เช่น เมื่อสภาพอากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิปิดไม่สามารถทำการบินได้
สายการบินต้องนำเครื่องบินไปลงจอดที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่
เพื่อรอจนสภาพอากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปิด ซึ่งจะเสียน้ำมันเพิ่มขึ้นจากการบินไป-กลับ
คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2-4 แสนบาทต่อเที่ยว เรืออากาศโทอภินันทน์
กล่าว
และสาเหตุที่ 2 คือ ฝ่ายซ่อมบำรุงการบินไทยปรับเปลี่ยนระบบควบคุมอะไหล่เครื่องบินใหม่
โดยในช่วงแรกที่มีการปรับเปลี่ยนระบบมีปัญหาติดขัด และส่งผลกระทบให้เครื่องบินที่เข้าตรวจสภาพการใช้งานไม่สามารถซ่อมบำรุงให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด
จึงทำให้เครื่องบินบางส่วนไม่สามารถนำมาใช้งานได้ตามแผน
เกิดปัญหาเครื่องบินไม่เพียงพอในการหมุนเวียนการใช้งาน
ทั้งนี้ การบินไทยได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยให้เร่งการเบิกจ่ายอะไหล่ให้ได้ตามกำหนด
ขณะที่ระบบควบคุมอะไหล่ก็ให้มีการปรับแก้ระบบโดยเร็ว คาดว่าปัญหานี้จะหมดไปและจะให้บริการเป็นปกตินับตั้งแต่วันที่15
ม.ค.เป็นต้นไป
|