นายสมบัติ ศานติจารี ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
(กฟผ.) กล่าวว่า กระทรวงพลังงานและ กฟผ.ได้พยายามกระจายความเสี่ยงเรื่องการผลิตไฟฟ้า
โดยรับซื้อไฟฟ้าจากพลังน้ำและถ่านหินเพิ่มขึ้น จากที่ขณะนี้ไทยมีการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติประมาณร้อยละ
70 โดยเจรจารับซื้อไฟฟ้าทั้งจาก ลาว 7,000 เมกะวัตต์ จากพม่า
กัมพูชา และจีนตอนใต้ ซึ่งล่าสุดได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
(พีพีเอ) กับโครงการหงสาลิกไนต์ในอัตราค่าไฟฟ้า เฉลี่ย
25 ปีที่ประมาณ 2.05 บาท/หน่วย และโครงการน้ำอู ในอัตรา
1.90 บาท/หน่วย ซึ่งถือว่าเป็นอัตราค่าไฟฟ้าที่ต่ำและทำให้มีความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต
การรับซื้อไฟฟ้าจากน้ำและถ่านหินจะช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้า
เพราะนับเป็นเชื้อเพลิงที่มีราคาต่ำกว่าก๊าซธรรมชาติ ส่วนค่าไฟฟ้าเอฟทีงวดใหม่
(ก.พ.-พ.ค.) ที่จะปรับขึ้นนี้คาดว่าคงไม่ถึง 6 สตางค์/หน่วย
เนื่องจากแม้ราคาก๊าซสูงขึ้น แต่โชคดีที่อากาศหนาวเย็น
ทำให้การใช้ไฟฟ้าต่ำกว่าประมาณการ ประกอบกับเงินบาทแข็งก็ทำให้ต้นทุนถูกลง
|