|
คลังรายงานยอดหนี้สาธารณะสิ้นปี 46 มีทั้งสิ้น 2.88 ล้านล้านบาท
คิดเป็น 48.95% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นกว่า 2,000 ล้านบาท จากจำนวนหนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ
ที่เพิ่มขึ้นกว่า 17,000 ล้านบาท นางพรรณี
สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง
สรุปผลการดำเนินการบริหารจัดการหนี้ของภาครัฐใน 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ
2547 (ต.ค.46 - ก.พ.47) พร้อมทั้งสถานะหนี้สาธารณะล่าสุด
ณ สิ้นเดือน ธ.ค.46 ว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ
2547 กระทรวงการคลังได้ชำระคืนเงินกู้ โดยใช้เงินงบประมาณ
3,723 ล้านบาท ทำให้ลดยอดหนี้คงค้างได้ 3,723 ล้านบาท
และลดภาระดอกเบี้ยในอนาคต 1,016 ล้านบาท สำหรับรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ต่างประเทศเป็นวงเงินรวม
35,846 ล้านบาท ทำให้สามารถลดยอดหนี้คงค้างได้ 15,238
ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ยได้ 5,561 ล้านบาท
ในด้านกระทรวงการคลังได้ต่ออายุพันธบัตร
เพื่อชดใช้ความเสียหายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
(FIDF1) วงเงิน 50,000 ล้านบาท ไถ่ถอนพันธบัตรรัฐบาลตามโครงการช่วยเพิ่มเงินกองทุนชั้นที่
1 (Tier 1) ก่อนครบกำหนดในวงเงิน 25,075 ล้านบาท ทำให้สามารถลดยอดหนี้คงค้างได้
25,075 ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ยในอนาคต 6,305 ล้านบาท
ส่วนรัฐวิสาหกิจได้ทำการกู้เงินในประเทศเพื่อการต่ออายุหนี้เดิมรวม
5,500 ล้านบาท และเพื่อการ Refinance หนี้ต่างประเทศรวม
11,600 ล้านบาท
นางพรรณี
ยังได้กล่าวถึงยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 ธ.ค.46
ว่า มีอยู่ 2,889,963 ล้านบาท หรือ 48.95% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
(จีดีพี) เป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง 1,619,606 ล้านบาท
หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 852,673 ล้านบาท
และหนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
417,684 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อน หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น
2,448 ล้านบาท
โดยหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรงลดลง
2,685 ล้านบาท และหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงินลดลง
11,915 ล้านบาท ส่วนหนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เพิ่มขึ้น
17,048 ล้านบาท หนี้สาธารณะจำแนกเป็นหนี้ในประเทศ 2,197,380
ล้านบาท หรือ 76.03% และหนี้ต่างประเทศ 692,583 ล้านบาท
หรือร้อยละ 23.97 และเป็นหนี้ระยะยาว 2,347,800 ล้านบาท
หรือร้อยละ 81.24 และหนี้ระยะสั้น 542,163 ล้านบาท หรือ
18.76% ของยอดหนี้สาธารณะคงค้าง
|