ThaiSet.com
Member name:

Password:


 
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิกฟรี

 
 
 
    :: หลักฐาน คตส.มัดแน่น สมบัติ “ทักษิณ” ตกเป็นของแผ่นดิน

คตส.มั่นใจคำสั่ง “อายัดทรัพย์” สามารถคว้า “เงิน” เอาไว้ “ยึด” ได้ในชั้นศาล เปรียบเทียบกระบวนการทำงาน-ที่มากรรมการ คตส. เหนือชั้นกว่ายุค รสช. สั่งให้ยึดก่อนผ่านการพิสูจน์ นักนิติศาสตร์แนะทนาย “ทักษิณ” พิสูจน์ทรัพย์ได้มาโดยชอบเป็น “ทางรอดสุดท้าย”


ในที่สุดที่ คตส.สั่งให้มีการอายัดทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ที่ขายกิจการบริษัท ชินฯ ให้บริษัท เทมาเส็ก ของสิงคโปร์ 73,271 ล้านบาท โดยแยกฝากธนาคารไว้ 21 บัญชี และมีการถอนออกไปราว 2 หมื่นล้านบาท เหลืออยู่ 51,884 ล้านบาท และคำสั่ง คตส.ที่ 017/2550 อายัดบัญชีเงินฝากของ พ.ต.ท.ทักษิณ กับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ในทุกธนาคารและสถาบันการเงิน ล่าสุดเมื่อเย็นวันที่ 18 มิ.ย. คตส.ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์อีก 7 เป็นของชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ บุตรสาวเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ รวมเป็นเงิน 8,000 ล้านบาท หลังจาก คตส.พบว่ามีการโยกย้ายเงินแม้จะมีคำสั่งอายัดทรัพย์มาแล้วตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา...

สิ่งที่หลายฝ่ายกำลังจับตาจากนี้ไปคือผลพวงที่เกิดขึ้นตามมาจากคำสั่งอายัดทรัพย์ของคตส.เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้นท้ายที่สุดแล้ว “การยึดทรัพย์” จะสามารถเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ หรือในปลายทางสุดท้ายของเรื่องนี้จะมีชะตากรรมเดียวกับคำสั่ง “ยึดทรัพย์” ของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) เมื่อปี 2534 เพราะไม่มีใครสามารถยึดทรัพย์จากนักการเมืองรายใดได้แม้แต่คนเดียว ทั้งที่ในขณะนั้นได้มีการสั่ง “ยึดทรัพย์” เอาไว้แล้วก็ตาม และนอกจากนี้ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ทางด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ในทำนองเย้ยการทำงานของ คตส.ว่าหากสามารถดำเนินการได้เด็ดขาดแล้ว คงไม่จำเป็นต้องมีการเสนอต่ออายุ คตส.รวมทั้งประเด็นที่ว่าคณะกรรมการ คตส.ไม่ต้องรับโทษจากสิ่งที่ทำไป โดยเป็นการเพิ่มเติมจากคำสั่งคปค.ฉบับที่ 30

คตส.ประเมินช่องโหว่ยุค รสช.

ในรัฐบาลยุค พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นั้นได้เกิดภาพการโกงกินอย่างหนักจนถูกขนานนามว่าเป็นรัฐบาล “บุฟเฟต์ คาบิเนต” ทั้งนี้ การสั่งยึดทรัพย์นักการเมืองในช่วงนั้นมีนักการเมืองที่เข้าข่ายทั้งสิ้นนับ 10 ราย อาทิ บรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยในปัจจุบัน หรือณรงค์ วงศ์วรรณ แต่ในที่สุดเมื่อเรื่องขึ้นไปสู่ศาล และมีผลการตัดสินจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เมื่อ 26 มี.ค.2536 วินิจฉัยว่าประกาศ รสช.ฉบับที่ 26 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ให้ถือเป็นโมฆะและคืนทรัพย์สินแก่นักการเมืองทั้งหมด…

บรรเจิด สิงคะเนติ กรรมการ คตส.ได้วิเคราะห์ถึงความแตกต่างในการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์ในยุค รสช.และณ เวลานี้ว่า มาจากทั้ง “ที่มา” ขององค์กรและกระบวนการทำงาน เนื่องจากการสั่งให้ยึดทรัพย์ของรสช.นั้นมาจากพื้นฐานการใช้อำนาจทางการเมืองเข้าไปจัดการกับนักการเมืองอย่างชัดเจน ในคำสั่งของ รสช.ได้ระบุเรื่องการยึดทรัพย์ไว้ แต่ขณะที่คตส.นั้นเป็นองค์กรที่ถูกตั้งขึ้นมาโดย คปค. ดำเนินการตรวจสอบเรื่องการทุจริตมาเป็นระยะเวลากว่า 7 เดือน และเมื่อพบว่ามีการกระทุจริตจนทำให้ประเทศชาติเสียหายจึงได้ใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งให้อายัดทรัพย์

“สิ่งที่ คตส.ทำในวันนี้ คือ การทำให้ทรัพย์ที่เรามีข้อมูลหลักฐานว่าได้มาโดยมิชอบ ไม่ให้เกิดการเคลื่อนย้าย ไปจนกว่ากระบวนการขั้นตอนของศาลจะเสร็จสิ้น เพราะไม่อย่างนั้นถ้าไม่มีการอายัดทรัพย์เอาไว้ แต่ผลการวินิจฉัยในชั้นศาลชี้ออกมาว่าอดีตนายกฯ ทักษิณ มีความผิดจริงก็จะไม่มีเงินให้ยึดตกเป็นของแผ่นดิน เพราะฉะนั้นการอายัดทรัพย์เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการดำเนินงานของ คตส.เท่านั้น

สิ่งที่ทนายจำเลยต้องนำมาหักล้างครั้งนี้ คือ การพิสูจน์ทรัพย์ว่าถูกต้องหรือไม่ แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะมาบอกว่า คตส.มีที่มาถูกต้องหรือไม่ คำสั่งของ คปค.ชอบธรรมหรือไม่ เพราะประเด็นเหล่านี้มีความชัดเจนอยู่แล้วว่ามีที่มาถูกต้องแล้ว”

นักนิติศาสตร์ชี้ทางรอด “ทักษิณ” เร่งพิสูจน์ทรัพย์

บรรเจิดยังชี้ว่า การทำงานของ คตส.ก่อนที่จะมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์นั้นได้ผ่านการตรวจสอบข้อมูลหลักฐานมาแล้ว จนทำให้เชื่อว่ามีการกระทำให้เกิดควาเสียหายต่อชาติขึ้นจริง ขณะที่กระบวนการทำงานในครั้ง รสช.นั้น เริ่มต้นด้วยการสั่งยึดทรัพย์ จากนั้นนักการเมืองก็ไปดำเนินการฟ้องร้อง หักล้างในชั้นศาล โดยที่ไม่มีการตรวจสอบความผิด หรือการกระทำก่อน

หากจะนำเหตุการณ์การจัดการทรัพย์สินของนักการเมืองที่เข้าข่ายว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบทั้งในยุค รสช. กับครั้งล่าสุดในแง่มุมของนักนิติศาสตร์ อย่าง ดร.ปริญญา เทวานฤมิตกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุกับ “ผู้จัดการรายสัปดาห์” ถึงการดำเนินการกับทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ของ คตส.ครั้งนี้เป็นเพียงการ “อายัด” เท่านั้น โดยที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ยังคงเป็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ เช่นเดิมเพียงแต่ไม่สามารถดำเนินการทางธุรกรรมใด หรือเคลื่อนย้ายเงินได้ ขณะที่การสั่ง “ยึดทรัพย์” ในยุครสช.ที่ผ่านมาเป็นการยึดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินไว้ตั้งแต่เบื้องต้น

“การสั่งอายัดทรัพย์ครั้งนี้เป็นการ freez เอาไว้แค่นั้น แต่คุณทักษิณยังเป็นเจ้าของอยู่ เวลานี้เราต้องปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ต้องเปิดโอกาสให้ทั้งฝ่าย คตส.และฝ่ายจำเลยคือคุณทักษิณ ได้ต่อสู้กันในทางกฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่สามารถที่จะไปกำหนดว่าท้ายที่สุดแล้วการยึดทรัพย์จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้น ส่วนแต่ละฝ่ายจะหักล้างกันด้วยประเด็นใดบ้างเป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

แนะทุกฝ่ายสู้ตามกระบวนกฎหมายเต็มที่

สำหรับประเด็นที่อาจจะเคยเป็น “จุดอ่อน” หรือช่องโหว่ที่ทำให้การสั่ง “ยึดทรัพย์” ในสมัย รสช.ไม่เกิดเป็นรูปธรรมนั้นมาจากการที่นักการเมืองที่โดนคำสั่งได้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา ซึ่งในที่สุดศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำสั่งยึดทรัพย์ โดยประกาศ รสช.ฉบับที่ 26 นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเป็นการให้ “โทษ” ซึ่งตามหลักกฎหมายแล้วไม่สามารถบังคับโทษย้อนหลังได้ อีกทั้งประกาศดังกล่าวไม่ใช่กฎหมายจึงขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงมีผลเป็นโมฆะในที่สุด แต่คำสั่งอายัดทรัพย์ของ คตส.ในครั้งนี้เป็นการทำตามอำนาจหน้าที่ที่ คตส.ได้รับจากประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 เรื่องการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

“หากทางฝ่ายทนายความของคุณทักษิณจะหักล้างในแง่ที่ว่า คตส.ไม่มีอำนาจในการสั่งอายัดทรัพย์ก็คงไม่ได้ เนื่องจาก คตส.ได้ใช้อำนาจตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้อยู่แล้วตามประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 ซึ่งประกาศของคปค.หรือการกระทำใดๆ ของ คปค.ตลอดจนบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้องที่ได้รับคำสั่งของ คปค.นั้นได้ถูกรับรองโดยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว2549 ไว้แล้วในมาตรา 37 จุดนี้จึงต่างไปจากเมื่อครั้งยุค รสช.ที่มีการตีความกันว่า องค์กรซึ่งทำหน้าที่ยึดทรัพย์ในขณะนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ดังนั้น ประเด็นที่ทนายความทางฝ่ายอดีตนายกฯ ทักษิณจะต้องนำมาใช้พิสูจน์และหักล้างข้อหาจากการสั่งอายัดทรัพย์ครั้งนี้ คือ ต้องพิสูจน์การได้มาของทรัพย์ว่ามีความชอบธรรม น่าจะเป็นช่องทางที่ชัดเจนที่สุด”

ขั้นตอนจากนี้ไปทั้งในส่วนของ คตส.และทั้งในด้านจำเลย “อดีตนายกฯ ทักษิณ” จะต่อสู้กันในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ต่อไปอย่างไรนั้นยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม รวมไปถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องเดินทางกลับมาขึ้นศาลในนัดแรก นั้นยังกลายเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจอย่างมาก เพราะเมื่อถึงเวลานั้นเชื่อว่าแรงปะทะระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนอำนาจเก่าต่อองค์กรหลักอย่าง คตส.ย่อมมีความแรงเป็นเท่าทวีคูณ ...

 
 
:: Home  |  News  |  Portfolio Tracking  |  Games  |  Webboard  |  Education  |  Stock Comment  |  Technical Tools  |  Stock Aleart [ SMS ] ::
CopyRight (C) 2003 Reserved by ThaiSet.com
Agreement | Privacy Policy | Advertise with us