พลังแม้ว เตรียมนัดแกนนำพรรคร่วมหารือนโยบายก่อนเปิดแถลง
วางกล้ามต้องยึดประชานิยมในอดีตเป็นหลัก ปัดโผ ครม. แม้ว
บงการที่ฮ่องกง แต่ยอมรับ ส.ส.บินไปพบจริง ฉุนปกมติชนสุดสัปดาห์เปรียบเทียบจอมพลถนอม
ที่พรรคพลังประชาชน นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน
กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการร่างนโยบายเพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า
ขณะนี้คณะกรรมการฯของพรรคได้ร่างร่างนโยบายที่จะเสนอต่อสภาผู้แทนฯเรียบร้อยแล้วมีความยาวทั้งหมด
45 หน้า แต่หลังจากนี้ผู้บริหารพรรคนำโดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
เลขาธิการพรรค และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ จะต้องนำไปหารือร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่
30 ม.ค.นี้อีกครั้ง โดยการปรับแก้จะใช้ร่างของเราเป็นหลัก
ซึ่งเชื่อว่าภายในต้นเดือน ก.พ. นโยบายที่จะแถลงต่อสภาก็จะเสร็จสิ้น
นายนพดล กล่าวอีกว่า สำหรับร่างนโยบายที่พรรคพลังประชาชนนั้น
จะเน้นเรื่องการต่อยอดนโยบายที่ประสบความสำเร็จในปี 44
และปี 48 รวมทั้งจะพลิกฟื้นนโยบายหลายอย่างที่ถูกยกเลิกไปโดยรัฐบาล
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ไม่ว่าจะเป็นการกองทุนหมู่บ้านเอสเอ็มแอล
ผู้ว่าฯ ซีอีโอ หวยบนดิน กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา การพักหนี้เกษตรกร
ธนาคารหมู่บ้าน โคล้านตัว การพัฒนาแหล่งน้ำทั้งระบบ และการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ
การประกาศสงครามกับยาเสพติด รวมทั้งจะต้องเพิ่มเรื่องมาตรการดูแลสภาพเศรษฐกิจ
การเงิน ซึ่งจะต้องหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล อย่างไรก็ตาม
ภารกิจหลักที่เรานำไปหาเสียงและมาตรการที่ว่าสำคัญก็จะต้องคงไว้
ซึ่งการปรับแก้จะยึดร่างนโยบายของพรรคพลังประชาชนเป็นหลัก
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่ามีการทาบทามนายวีรพงษ์ รามางกูร
มาดำรงตำแหน่งรวม.คลัง นายนพดล กล่าวว่า ขอรอให้เรื่องนี้ยุติก่อน
เมื่อมีข้อมูลชัดเจนก็จะชี้แจงให้ทราบ เพราะเท่าที่ทราบจาก
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคฯ ก็ทราบว่ามีการติดต่อทาบทามกันหลายคน
ซึ่งตำแหน่ง รมว.คลังเป็นตำแหน่งสำคัญ ขอให้รอความชัดเจนก่อน
แต่ตอนนี้ผู้ที่มาดำรงตำแหน่งก็สามารถเป็นได้ทั้งคนในและคนนอก
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุว่า
การตั้ง ครม.ชุดนี้ทำที่ฮ่องกง นายนพดล กล่าวว่า คงเป็นความพยายามที่จะพูดไปเรื่อยให้เชื่อมโยงว่า
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังคงดำเนินการทางการเมืองผ่านพรรคพลังประชาชน
และพยายามบอกว่าพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ทั้งที่ความจริงแล้วคณะผู้บริหารพรรคก็ได้ประชุมและเป็นผู้ดำเนินการ
ซึ่งตนไม่เชื่อว่านายเทพไทจะไปที่สนามบินสุวรรณภูมิและขอดูรายชื่อผู้โดยสารไปฮ่องกงว่ามีใครบ้าง
เพราะสายการบินคงไม่ยอม ตนคิดว่านายเทพไทควรจะยุ่งกับกิจการของพรรคตัวเองมากกว่าที่จะมายุ่งกับเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล
เมื่อถามอีกว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา ลูกชายนายบรรหาร ศิลปอาชา
หัวหน้าพรรคชาติไทย ระบุว่าพบ ส.ส.พลังประชาชนหลายคนที่ฮ่องกง
นายนพดล กล่าวว่า นายวราวุธบอกแล้วว่าพาภรรยาไปเที่ยว
แต่ที่พบ ส.ส.พลังประชาชนก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ เพราะส.ส.ก็อาจจะไปพบปะกับ
พ.ต.ท.ทักษิณด้วยความคิดถึง เพราะร่วมงานกันมานาน ตนยังอยากไป
แต่ก็ยังไม่ได้ไป
เมื่อถามถึงการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในการประชุมสภาผู้แทนฯ
ในวันที่ 28 ม.ค.นี้ นายนพดล กล่าวว่า ผู้ที่เสนอชื่อนายสมัคร
สุนทรเวช เป็นนายกฯ คงเป็นผู้ใหญ่ในพรรค อาจจะเป็นรองหัวหน้าพรรคหรือเลขาธิการพรรค
ซึ่งใครจะเป็นผู้เสนอก็ไม่สำคัญเท่าผู้ที่เลือก อย่างไรก็ตามตนคิดว่าคงจะไม่มีปัญหาอะไร
แต่ละพรรคการเมืองก็ต้องมีการประชุมและสั่งให้ลูกพรรคสนับสนุนนายสมัคร
เพราะการเมืองไม่ใช่แค่เรื่องกฎกติกา แต่อยู่ที่มารยาทด้วย
เพราะเรื่องเหล่านี้น่าจะจบไปตั้งแต่การแถลงร่วมรัฐบาลที่โรงแรมสุโขทัยแล้ว
อีกทั้งการโหวตก็เป็นการโหวตโดยเปิดเผย ไม่น่ามีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ
บ้างหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า เพิ่งคุยกันเมื่อ 7 นาทีที่แล้ว
แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องการตั้ง ครม. เพราะท่านไม่เกี่ยว
เพียงแต่พูดถึงเรื่องหนังสือมติชน สุดสัปดาห์ที่ใช้รูปปกเป็นรูป
พ.ต.ท.ทักษิณ ห่มผ้าเหลือง แล้วนำไปเทียบกับจอมพลถนอม
กิติขจร อดีตนายกฯ ซึ่งต้องเรียนว่า แม้ พ.ต.ท.ทักษิณจะเป็นบุคคลสาธารณะ
แต่มติชนเองก็ทำไม่เหมาะสมในการตัดต่อรูปภาพ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณเป็นอดีตนายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง
แล้วเมื่อไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ ก็โดยปฏิวัติยึดอำนาจ
ดังนั้น การเดินทางกลับประเทศจึงไม่จำเป็นต้องบวชเป็นพระ
แต่เป็นสิทธิอยู่แล้วที่จะเข้ามา และที่ผ่านมาท่านก็เคยบวชเรียน
ศึกษาพระธรรมมาแล้ว ซึ่งได้คุยกันว่าที่มติชนทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม
นายนพดล กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีในเรื่องดังกล่าวหรือไม่
นายนพดล กล่าวว่า ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความไม่พอใจ
เพราะเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม แต่ พ.ต.ท.ทักษิณก็ไมได้โกรธ
และคงไม่ฟ้องร้องดำเนินคดีอะไร แต่ที่อยากขอร้องคือหากทำได้ก็ขอให้เกียรติกันบ้างตามสมควร
แต่ พ.ต.ท.ทักษิณก็อยากให้ทุกฝ่ายปรองดองกัน
ขณะที่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน
ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)
ชั่วคราว กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 28
ม.ค.ว่า วิปรัฐบาลจะไม่มีการนัดประชุมใดๆ อีก เป็นเรื่องของแต่ละพรรคการเมืองจะไปหารือกันเอง
ส่วนตัวเชื่อว่าการโหวตโดยใช้วิธีขานชื่อ ตัวเลขที่ออกมาจะเต็ม
312 คน โดยหักเสียงของประธานสภาฯ 3 คนออกไป
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงขั้นตอนการโหวตเลือกนายกฯ
ว่า ทั้งประธาน และรองประธานสภาฯ ได้ตกลงกันแล้วว่าจะทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมคนละ
1 ชม. โดยระหว่างนั้นใครไม่ได้ทำหน้าที่ก็จะลงมาโหวตเลือกนายกฯด้วย
คาดว่าจะไม่มีปัญหาความวุ่นวายอะไร ส่วนหากพรรคประชาธิปัตย์ต้องการขออภิปรายเรื่องคุณสมบัติของนายกฯ
นั้นก็ต้องดูมติที่ประชุมจะเห็นอย่างไร แต่ส่วนตัวไม่เห็นว่าจะต้องอภิปายอะไรอีก
เพราะประชาชนเลือกมาแล้วก็ควรปล่อยไปตามกระบวนการสภา เรื่องคุณสมบัติที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องคดีความต่างๆ
นั้น ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เมื่อถามว่า
รองประธานสภาฯ มาร่วมประชุมกับพรรคการเมืองจะเหมาะสมหรือไม่
นายสมศักดิ์ ตอบว่า วันนี้มาร่วมประชุมในฐานะสมาชิกพรรคคนหนึ่ง
|