 |
ปัญหาคาใจของลูกหนี้
เมื่อพูดถึงเรื่อง กฎหมาย ท่านผู้อ่านคงนึกถึงยารสขมสีดำเข้มข้น
หม้อใหญ่ ทุกครั้งที่คิดถึงหรือได้ยินก็อยากเบือนหน้าเมินหนี
และในบางครั้งก็อาจรู้สึกว่ากฎหมายเป็นเรื่องไกลตัวที่น่าเบื่อ
อย่างไร ก็ตาม กฎหมายได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่อยู่
ในท้องแม่ เกิดมาเป็นทารก และคอยจัดระเบียบกำหนดวิถีชีวิต
ของเราจนถึงวันตาย โดยที่เราไม่อาจขอยกเว้นหรือหลีกเลี่ยงได้
ซึ่งในตัวกฎหมายเองยังบังคับว่าบุคคลจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย
เพื่อปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ด้วย ดังนั้น กฎหมายจึงบังคับให้
ทุกคนจะต้องรู้จักกฎหมาย เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จึงใคร่ขอเชิญชวน
ท่านผู้อ่านมาทำความรู้จักกับ กฎหมาย ในคอลัมน์ Legal
Clinic แม้จะเพียงครั้งละเล็กละน้อยก็ถือว่าเป็นการเก็บสั่งสมความรู้ไว้
เผื่อว่าสักวันหนึ่งมีเหตุการณ์ที่จะต้องเจอกับตัวเองจะได้งัดเอาเรื่อง
ที่สะสมไว้ออกมาใช้งานได้ เข้าทำนอง รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
ในคอลัมน์ Legal Clinic จะพยายามหลีกเลี่ยงสำนวนกฎหมาย
จะพยายามไม่กล่าวถึงตัวบทกฎหมาย พระราชบัญญัติมาตราต่างๆ
ใน กฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงความเป็น ยาขม
ขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่กรุณาสนใจและติดตาม Legal Clinic
โดยใน ฉบับนี้จะขอตอบคำถามของคุณวสันต์ วรลักษณ์ ซึ่งมีคำถามส่งมาว่า
หลังจากอ่านเรื่องบัตรเครดิต โดยเฉพาะเรื่อง มีก็ดี
ไม่มีก็ได้ ใน M&W ฉบับที่แล้ว ผมซึ่งตกอยู่ในภาวะเดียวกับคุณผู้ชายคนน้องจากหมู่บ้าน
แคราย คือเป็นหนี้บัตรเครดิตสูงมาก ถูกทวงเช้า-เย็น
และมีเพื่อนแนะให้ผมใช้สูตร 3 ม เหมือนกันด้วย
แต่ผมสงสัยว่าจริงๆ แล้ว ไม่มี-ไม่หนี-ไม่จ่าย ไม่มีเจตนาจะเบี้ยว
แต่เพื่อซื้อเวลาแบบนั้น กฎหมายสามารถเอาผิดได้มากน้อยแค่ไหน
แล้ว เจ้าหนี้ (บริษัทบัตรเครดิต) สามารถดำเนินการทางกฎหมายอย่างไรได้บ้าง
ครับ
ส่วนอีกข้อที่ผมสงสัยคือ ...การประนอมหนี้ มีหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง
ขอขอบคุณ คุณวสันต์ วรลักษณ์ ที่กรุณาสละเวลาส่งคำถามมา
ซึ่ง
ปัญหาในเรื่องนี้อาจเป็นประโยชน์กับผู้อ่านท่านอื่นด้วย
จึงขอตอบข้อ
สงสัยดังนี้
หนี้สินเกี่ยวกับบัตรเครดิตรวมทั้งหนี้สินที่เกี่ยวกับสินเชื่ออื่นๆ
ที่ลูกหนี้ ค้างชำระหนี้แก่เจ้าหนี้นั้น เป็นเรื่องทาง
แพ่ง ผู้เป็นลูกหนี้ให้เบาใจใน เบื้องต้นได้ก่อนว่าหนี้สินเหล่านี้ไม่ใช่ความผิดทาง
อาญา จึงไม่มีเรื่องของ คุกตะรางเข้ามาเกี่ยวข้องกับลูกหนี้แต่อย่างใด
เรื่องที่เจ้าหนี้จะทำเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด
ก็คือการทวงถาม ซึ่งอาจจะทวงถามตามขั้นตอนปกติด้วยการโทรศัพท์,
มีหนังสือทวงหนี้โดย เจ้าหนี้เองหรือโดยทนายความ และอาจจะมีการทวงหนี้ด้วยวิธีพิสดาร
เช่น โทรศัพท์มาทวงหนี้ทุก 1 ชั่วโมง มีหนังสือที่เลียนแบบแบบฟอร์มของศาล
ส่งมาให้ลูกหนี้ตกใจเล่น หรือส่งคนกล้ามใหญ่ๆ หน้าตาเสี้ยมๆ
ใส่ชุด ซาฟารีมาหาที่บ้าน และอีกสารพัดวิธี ซึ่งหากทำแล้วยังไม่สามารถบังคับ
ให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ ขั้นตอนต่อไป เจ้าหนี้ก็จะส่งฟ้องคดี
เจ้าหนี้ที่คิดจะฟ้องคดีแพ่งคงต้องไตร่ตรองพอสมควร เพราะการ
ดำเนินคดีแพ่งจะต้องมีค่าใช้จ่าย คือค่าธรรมเนียมศาลที่เจ้าหนี้จะต้องชำระไปก่อนในอัตรา
2.5 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินที่ฟ้องร้อง แต่ไม่เกิน
200,000 บาท ต่อ 1 คดี นอกจากนี้ ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
อย่างน้อยเรื่องละ 3-5 พันบาท ดังนั้น หนี้สินที่มีจำนวนไม่มากนักก็มัก
จะไม่มีการฟ้องร้องเพราะไม่คุ้มค่าใช้จ่าย
สำหรับกรณีที่เจ้าหนี้เลือกวิธีฟ้องคดี ก็จะมีขั้นตอนที่ต้องส่งสำเนา
คำฟ้องให้แก่ลูกหนี้ที่ภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านของลูกหนี้
เมื่อลูกหนี้ได้ รับทราบการฟ้องแล้วจะมีเวลาในการยื่นข้อต่อสู้คดีตามระยะเวลาที่กำหนด
ไว้ในหมายศาลซึ่งมาพร้อมกับสำเนาคำฟ้อง หากลูกหนี้ไม่ต่อสู้คดีภายใน
กำหนด ศาลจะพิจารณาคดีของโจทก์ไปฝ่ายเดียว ถ้าลูกหนี้ต่อสู้คดีก็จะเข้าสู่กระบวนการสืบพยานฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลย
หลังจากนั้นศาลจะมีคำพิพากษา หากคู่ความฝ่ายใดไม่พอใจในผลของคำพิพากษา
ก็จะมี ขั้นตอนการอุทธรณ์-ฎีกา ให้ดำเนินการต่อไป
ที่กล่าวมานี้เป็นกระบวนการอย่างย่อ มีเนื้อหาเพียงไม่กี่บรรทัด
แต่ การปฏิบัติงานจริงต้องใช้เวลามากกว่า 1 ปี และอาจต้องใช้เวลาถึงหลายปี
ขึ้นอยู่กับการต่อสู้คดีว่ามีข้อโต้แย้งกันยืดเยื้อมากน้อยเพียงไร
เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ถ้าลูกหนี้ถูกตัดสินให้ต้องชำระหนี้ก็จะมีคำสั่งศาล
แจ้งให้ลูกหนี้ชำระหนี้ภายในเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งโดยปกติจะกำหนดไว้ที่
30 วัน หลังจากครบกำหนดแล้วหากลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้
คราวนี้แหละครับ จะถึงขั้นตอนการบังคับคดี คือ การยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้
มาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ ซึ่งเมื่อได้ยินคำว่า ยึดหรืออายัดทรัพย์
เมื่อไหร่ ลูกหนี้จะเกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัวหนาวๆ
ร้อนๆ ขึ้นมาทันทีความประหวั่นพรั่นพรึงปริวิตกต่างๆ
นานา จะเข้ามาครอบงำจิตใจ เกรงกลัวว่าจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปทั้งหมด
เพราะไม่เคยมีประสบการณ์และไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง
ท่านที่เป็นลูกหนี้ทั้งหลายอย่าเพิ่งตกใจนะครับ เพราะขั้นตอนการ
บังคับคดีไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่าย ๆ ตามอำเภอใจของเจ้าหนี้
และไม่ใช่ว่าจะทำกันอย่างเอิกเกริกให้เสื่อมเสียแก่เกียรติยศของลูกหนี้ได้
เพราะมีการ กำหนดขั้นตอนและวิธีการเอาไว้เป็นการป้องกันไม่ให้เจ้าหนี้ทำเกินกว่าเหตุ
ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ลูกหนี้ แต่หน้ากระดาษหมดลงแล้ว
จะขอ ยกยอดไปเล่าเรื่องบังคับคดีที่อาจจะระทึกขวัญลูกหนี้ในตอนต่อไป
พบ
กันในฉบับหน้าครับ
|
|