M&W
• Retirement
Investment Planning
Funds' Corner
• College Planning
Insurance
Money Matters
Debt
Legal Clinic
Marriage & Divorce
Inheritance
Money Tales
Money for Money 
M&W Quiz
Property
M&W Family Finance
Money Matters
Debt
Legal Clinic

Investment Planning
เสกสรร โตวิวัฒน์
FIF Means to Devise Your Investment
โกอินเตอร์กับ FIF

     “ทีนี้เราก็มาถึงสรุปการซื้อขายหลักทรัพย์ จำแนกประเภทผู้ลงทุนประจำวันนี้กันนะครับ
วันนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 73.63 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 658.63 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อย ขายสุทธิ 584.99 ล้านบาท ส่วนดัชนีหุ้นวันนี้อยู่ที่ 566.54 ปรับตัวลดลงจาก เมื่อวาน 1.83 จุด หรือร้อยละ 0.32”
     สิ้นเสียงการรายงานการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงข่าว เศรษฐกิจต้นชั่วโมง เพื่อนข้างๆ ถามผมว่า ในเมื่อ มีนักลงทุนต่างชาติมาลงทุนในตลาดฯ บ้านเรา แล้วเรามีสิทธิข้ามชาติไปลงทุนในตลาดต่างประเทศได้บ้างไหม... อยากโกอินเตอร์กับ เขาบ้าง
     ผมคิดว่าคำถามของเธอ นับว่ามีประเด็นน่าสนใจ
ตรงไหน... อย่างไร ผมจะอธิบายให้ฟัง

     โกอินเตอร์ กับ FIF : กองทุนรวม ที่ลงทุนในต่างประเทศ (Foreign Investment Fund)      แต่ละวันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะสรุปให้ทราบว่า นักลงทุนกลุ่มใดเป็นผู้ซื้อสุทธิ และมีใครเป็นผู้ขายสุทธิบ้าง โดยจะแบ่งนักลงทุนออกเป็น 3 กลุ่มหลัก นั่นคือ นักลงทุนรายย่อย นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งปริมาณการ ลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดบ้านเรา มี อิทธิพลกับตลาดหุ้นของเราค่อนข้างมาก คือวันไหนนักลงทุนต่างชาติลงทุนในตลาดฯ มาก ตลาดหุ้นของ เราจะปรับตัวขึ้น แต่วันไหนที่นักลงทุนต่างประเทศ โยกเงินออกไป ตลาดหุ้นของเรามักจะปรับตัวลดลง
     คุณหลายคนคงสงสัยใช่ไหมครับว่า ทำไมเมื่อ นักลงทุนต่างประเทศตัดสินใจเข้าหรือออกจากตลาด หุ้นไทย จึงมีผลกระทบต่อตลาดฯ ของเราคำตอบคือ เม็ดเงินของนักลงทุนต่างประเทศมีขนาดใหญ่มาก เพราะมีแหล่งเงินมาจากทั่วโลก โดยส่วนมากเม็ดเงิน เหล่านี้จะอยู่ในรูปกองทุนประเภทต่างๆ ซึ่งมีปริมาณ เพียงพอที่จะส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นเราได้ หาก กองทุนเหล่านี้เปลี่ยนแปลงนโยบายลงทุนในภูมิภาคหรือในประเทศไทย
     อย่างที่บอก เม็ดเงินในกองทุนที่เข้ามาลงทุน ในบ้านเรา มาจากหลายแห่งทั่วโลก โดยเฉพาะจาก ประเทศตะวันตก ทั้งยุโรปและอเมริกา กองทุนเหล่านี้ จะคอยโยกย้ายเงินลงทุนไปยังประเทศที่วิเคราะห์แล้ว ว่า สามารถสร้างผลตอบแทนให้กับกองทุนได้ โดยไม่ จำกัดเพียงการลงทุนภายในประเทศที่กองทุนนั้นๆ ถือสัญชาติอยู่
     กองทุนเหล่านี้จะมีนโยบายและขอบเขตการ ลงทุนแตกต่างกันไป อย่างเช่น บางกองทุนมีนโยบาย การลงทุน ที่เน้นการสร้างผลตอบแทนการลงทุน ในตราสารทุน หรือหุ้นจากประเทศที่มีศักยภาพใน การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ซึ่งผู้จัดการกองทุน จะคอยวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจของประเทศใดกำลังไป ได้สวย หรือมีแววว่าจะฟื้นตัว และหากวิเคราะห์แล้ว ว่าประเทศ... สมมติว่าเป็นประเทศไทยก็แล้วกันนะครับ กำลังฟื้นตัว เศรษฐกิจเติบโตในระดับที่ต้องการ มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ตามใจหวัง เขาก็จะจัด สรรเงินลงทุนเข้ามาซื้อหุ้นหรือกองทุน ที่มีการลงทุน ในประเทศไทยของเรา
     คำถามของเพื่อนทำให้ผมมาคิดได้ว่า อาจมีคุณ บางคนถามว่า ในเมื่อกองทุนจากต่างประเทศโยก ย้ายเงินไปลงทุนยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ แล้วทำ ไมกองทุนในบ้านเราถึงไม่ทำบ้าง เพราะเห็นแล้วว่ามี ทางเลือกในการลงทุนมากกว่า ซึ่งน่าจะดีกว่าการจำกัดการลงทุนไว้เพียงในประเทศเราเท่านั้น
     ประเทศไทยของเรามีกองทุนที่ไปลงทุนในต่างประเทศเหมือนกัน คือกองทุนรวมเพื่อลงทุนใน ต่างประเทศ (Foreign Investment Fund; FIF) เป้าหมายของกองทุนกลุ่มนี้ คือเพิ่มโอกาสการ ลงทุนในต่างประเทศ เพื่อเป็นการกระจายการ ลงทุนและโอกาสที่มากขึ้นของการแสวงหาผล ตอบแทน ผ่านกองทุนรวมสัญชาติไทยที่บริหารโดย บริษัทจัดการกองทุนของคนไทย
     กองทุน FIF เป็นจริงเป็นจังเมื่อปีที่แล้ว หลังจาก ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้กองทุนรวมนำ เงินไปลงทุนนอกประเทศได้ และภายใต้เกณฑ์ที่ กำหนด ปัจจุบันมีบริษัทจัดการกองทุนห้าแห่งที่ ดำเนินการจัดตั้งกองทุน FIF นำเงินไปลงทุนนอกประเทศ ซึ่งมีรูปแบบต่างกันไป

     โอกาสมาก ผลตอบแทนมากตาม
     จริงๆ แล้ว FIF ก็มีหลักการเดียวกับกองทุนรวม ประเภทอื่น คือตั้งขึ้นเพื่อระดมทุน แล้วนำเงินไป ลงทุนให้งอกเงย แต่ FIF ไม่มีขีดจำกัดด้านภูมิ ศาสตร์ ว่าต้องลงทุนเฉพาะในประเทศเท่านั้น จึง สามารถไปลงทุนในประเทศ (อื่น) ที่วิเคราะห์แล้วว่า ให้ผลตอบแทนดีกว่า ที่เหมือนกับกองทุนรวมอื่นๆ อีกข้อคือ FIF จะต้องกำหนดเป้าหมายและนโยบาย การลงทุนอย่างชัดเจน เช่น เน้นการลงทุนในตราสาร ทุน ลงทุนเฉพาะในตราสารหนี้ หรืออาจเจาะจงเลย ว่าจะซื้อแต่พันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่เลือกลงทุน เท่านั้น ซึ่งผู้ลงทุนในกองทุนจะได้ทราบว่าเงินของตน จะนำไปใช้ทำอะไร เพื่อจะได้ตัดสินใจได้ว่าควรจะลงทุนในกองทุนนี้หรือไม่
     เพราะธรรมชาติของตราสารแต่ละประเภทมี ความเสี่ยงต่างกัน เช่น กองทุน ก เน้นลงทุนในตรา สารทุนต่างประเทศ ย่อมมีความเสี่ยงสูงกว่ากองทุน ที่เน้นการฝากเงินในสถาบันการเงินที่มีความมั่นคง ในประเทศต่างๆ เพื่อหาผลตอบแทนในรูปอัตรา ดอกเบี้ย เป็นต้น
     เมื่อเทียบระหว่างกองทุนรวมที่ลงทุนในประเทศ ทั้งหลาย กับกองทุน FIF ซึ่งสามารถลงทุนในต่าง- ประเทศได้ FIF มีข้อได้เปรียบในสองประเด็น คือ ความมีอิสระของเงินลงทุน และการบริหารความเสี่ยง

     เรามาดูรายละเอียดในแต่ละประเด็นนะครับ

     ความมีอิสระของเงินลงทุน หมายถึงการที่ กองทุนสามารถโยกย้ายเงินไปลงทุนในประเทศ ต่างๆ ได้ ทำให้กองทุน FIF มีข้อได้เปรียบกองทุน รวมทั่วไปดังนี้
     - สามารถแสวงหาผลตอบแทนที่ดีจากการ ลงทุนในประเทศที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน เพราะไม่จำกัดว่าผู้จัดการกองทุนต้องลงทุน เฉพาะในประเทศไทย จึงสามารถโยกย้าย เงินไปลงทุนในประเทศอื่น ที่เห็นว่าให้ผล ตอบแทนดีกว่า
     - สามารถเลือกลงทุนในอุตสาหกรรมที่ไม่มีใน บ้านเรา ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และสังคม ทำให้แต่ละประเทศมีสภาพ เศรษฐกิจไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น ประเทศ ตะวันตกมีบริษัทต่อเรือขนาดใหญ่ที่บ้านเรา ไม่มี แม้สนใจลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ กองทุนรวมในประเทศไม่สามารถลงทุนได้ แต่กองทุน FIF สามารถลงทุนได้ เป็นต้น
     - มีตราสารให้เลือกลงทุนมากกว่า เช่น กอง ทุนตราสารหนี้ที่เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หากเป็นกองทุนรวมในประเทศ จะเลือกซื้อได้เฉพาะพันธบัตรรัฐบาลไทย ไม่ว่า ผลตอบแทนจะต่ำแค่ไหนก็ตาม แต่กองทุน FIF เลือกซื้อได้มากกว่า เช่น ช่วงที่อัตรา ดอกเบี้ยประเทศแถบยุโรปสูงกว่า และให้ ผลตอบแทนดีกว่า ผู้จัดการกองทุน FIF สามารถซื้อพันธบัตรของประเทศนั้นแทนได้
     - สามารถย้ายเงินลงทุนไปประเทศที่มีภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนดีกว่า ตัวอย่างเช่น ช่วงที่เศรษฐกิจยุโรปตกต่ำ การลงทุนมีปัญหา ผู้จัดการกองทุนสามารถลดสัดส่วน เงินลงทุนในยุโรปลง และนำไปเพิ่มสัดส่วน การลงทุนในประเทศเอเชีย ที่สภาวะเศรษฐ กิจสดใสแทน

     คราวนี้เรามาดูข้อได้เปรียบ เรื่องการบริหาร ความเสี่ยงกันบ้างนะครับ เพราะการลงทุนในต่าง แดนของ FIF ทำให้สะดวกสบายขึ้นดังนี้
     - การกระจายการลงทุนในหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว ทำให้ กองทุนมีความเสี่ยงน้อยกว่ากองทุนที่ผูกพันกับเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง
การลงทุนในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท ที่กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ถือเป็นการช่วยกระจายความเสี่ยง ของอุตสาหกรรมได้ด้วย
     - การมีตราสารและหลักทรัพย์ให้เลือกลงทุน มากมายหลายประเภท ช่วยกระจายความ เสี่ยงของกองทุนได้มากกว่าการลงทุนเฉพาะหลักทรัพย์ที่มีอยู่ในประเทศเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น กรณีที่ผู้จัดการกองทุนมองว่า อุตสาหกรรมการบินกำลังเติบโต จึงต้อง การลงทุนในธุรกิจนี้ ในฐานะที่เป็นกองทุน FIF ผู้จัดการกองทุนสามารถเลือกลงทุน ในบริษัทสายการบินที่มีอยู่ทั่วโลกได้ ไม่ จำเป็นต้องลงทุนกับการบินไทยเพียงบริษัท เดียว

พันธมิตรผู้ช่วยเหลือ
     เนื่องจากกองทุน FIF จะต้องลงทุนในต่างประเทศ งานที่เพิ่มขึ้นคือ การค้นหาและวิเคราะห์ ข้อมูล เพื่อตัดสินใจเลือกหลักทรัพย์หรือตราสาร ที่มีอยู่ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นเรื่องยากมาก หากบริษัทจัดการกองทุนไม่มีเครือข่ายหรือพันธมิตร ในต่างประเทศ เพื่อส่งข้อมูลบทวิเคราะห์ให้กับผู้จัดการกองทุน
    เหตุนี้เอง แทนที่กองทุน FIF จะเลือกหลักทรัพย์เพื่อลงทุนเอง บางกองทุนอาจจะปรับตัวเป็นนักลงทุน ลงทุนในกองทุนรวมในต่างประเทศที่มี ความชำนาญกว่า กองทุนประเภทนี้เราเรียกว่า “กองทุนรวมหน่วยลงทุน” (Fund of Funds) โดยจะดูว่ามีนโยบายการลงทุนในตราสารที่ตรงกับนโยบาย ของตนเองหรือไม่ ซึ่งวิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาให้กับผู้จัดการกองทุนได้มาก และเป็นการใช้ประโยชน์จาก สิ่งที่มีอยู่แล้ว ส่วนกองทุนที่ FIF เลือกไปลงทุนเรา เรียกกันง่ายๆ ว่า “กองทุนหลัก”
    ส่วนปัจจัยที่บริษัทจัดการลงทุน นำมาพิจารณา ว่า กองทุน FIF ในความรับผิดชอบจะเลือกซื้อตรา สารหรือหลักทรัพย์เอง หรือซื้อผ่านกองทุนอื่นนั้น ขึ้น อยู่ว่าบริษัทฯ มีเครือข่ายในต่างประเทศมากน้อย แค่ไหน และนโยบายการลงทุนของ FIF ว่า เน้นการ ลงทุนรูปแบบใด เช่น ถ้าเน้นการลงทุนในตราสาร หลายประเภทในภูมิภาคต่างๆ การบริหารจัดการจะยากกว่า กองทุนที่เน้นตราสารเฉพาะกลุ่ม เช่น พันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่เข้าไปลงทุน เหตุนี้เอง ที่ทำให้กองทุนที่เน้นลงทุนหลายประเภท จะนิยม ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า
    ส่วนจะลงทุนในกองทุนเดียวหรือเลือกลงทุน ผ่านหลายกองทุน ก็ขึ้นอยู่กับนโยบาย และวัตถุประสงค์ของตัวกองทุนเอง นโยบายของกองทุนหลัก และรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทจัดการกองทุน กับพันธมิตรในต่างแดนเป็นสำคัญ

ความเสี่ยง :เงาตามตัวของผลตอบแทน
    จากทั้งหมดที่ผมบอกไป คงทำให้คุณหลายคน เคลิ้มเห็นแต่ทางได้จากการลงทุนในกองทุน FIF แต่อย่าลืมนะครับว่า ทุกอย่างในโลกนี้มีสองด้าน อีก ด้านที่เป็นจุดอ่อนของกองทุนประเภทนี้ คือ ความ เสี่ยงบางอย่างที่กองทุนรวมในประเทศไม่มี นั่นคือ
    - ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลก เปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การซื้อหลักทรัพย์หรือตราสารของประเทศอื่นๆ ทั้งที่ซื้อ เพื่อลงทุนโดยตรงหรือซื้อกองทุนหลักของ ต่างประเทศ ต้องใช้เงินของประเทศนั้น ซึ่ง ภาวะผันผวนของค่าเงินระหว่างเงินสองสกุล ทำให้การลงทุนในกองทุนนี้ ต้องเผชิญกับ ความเสี่ยง เช่นเดียวกับธุรกิจระหว่างประเทศประเภทอื่น
    - ความเสี่ยงจากสถานการณ์ภายในประเทศ ที่ลงทุน การกระจายการลงทุนในประเทศ ต่างๆ มีตัวแปรหลากหลายที่ก่อให้เกิดความ เสี่ยง อาทิ ปัจจัยทางสังคม การเมือง ความ ผันผวนของระบบเศรษฐกิจ ฯลฯ สำหรับ กองทุน FIF ที่เลือกลงทุนในประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงประเทศเดียว สถานการณ์ ในประเทศนั้น จะมีผลโดยตรงกับกองทุน แต่ถ้ากระจายการลงทุนไว้ในหลายประเทศ ความเสี่ยงของกองทุนก็จะกระจายออกไป ขึ้นกับสัดส่วนของการลงทุน
    - ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหรือหลักทรัพย์ที่หลากหลาย เนื่องจากกองทุน FIF มีโอกาสเลือกลงทุนได้มากกว่ากองทุน รวมในประเทศ พอร์ตของกองทุนจึงมีหลัก ทรัพย์ที่หลากหลายกว่า ซึ่งผู้จัดการกองทุน ต้องทำงานหนักขึ้นด้วย ในกรณีนี้ถ้าผู้จัด การกองทุนไม่มีเวลาในการวิเคราะห์ข้อมูล หรือขาดพันธมิตรที่ดี กองทุนนี้จะมีความ เสี่ยงสูง
    - กองทุน FIF ที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ในลักษณะ Fund of Funds พอร์ตการลงทุนจะได้รับความเสี่ยงที่ส่งผ่านมาจากกองทุนหลักด้วย เช่น ความเสี่ยงจากอัตราแลก เปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เมื่อซื้อหลักทรัพย์ในประเทศที่กองทุนหลักตัดสินใจ เลือก ความเสี่ยงจากการระงับการขายคืน หน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งทำให้กอง ทุน FIF ไม่สามารถไถ่ถอนเงินทุนคืนมาได้ ความเสี่ยงจากการยกเลิกกองทุนหลักใน ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนนโยบาย กองทุนของประเทศที่ตั้งกองทุน หลัก เป็นต้น

FIF... เหมาะกับใคร
    เพราะเน้นการลงทุนในต่างประเทศเป็นหลัก กองทุนอินเตอร์ประเภทนี้จึงเหมาะกับนักลงทุนบาง กลุ่มเท่านั้น นั่นคือ คุณที่ชอบความท้าทาย พูดง่ายๆ คือชอบลองของใหม่ ซึ่งในที่นี้คือการลงทุนในรูป แบบใหม่ๆ ที่นอกเหนือจากการลงทุนในหน่วยลงทุน เดิมๆ ที่มีในบ้านเรา รวมถึงคุณที่อยากกระจายการ ลงทุนในประเทศอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการ ลงทุนในประเทศ และเหมาะมากสำหรับคุณที่มีความ จำเป็นต้องใช้เงินสกุลต่างประเทศ อย่างพวกที่มีภาระ ส่งลูกเรียนนอก เพราะทางการไม่อนุญาตให้ถือเงิน สกุลอื่น ยกเว้นเมื่อต้องเดินทางไปต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่องความผันผวนของอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอีกด้วย
    กองทุน FIF ช่วยได้อย่างไร... คุณอาจจะสงสัย ซึ่งผมมีคำอธิบายประกอบตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพกันชัดดังนี้ สมมุติว่าลูกของคุณกำลังเรียนอยู่ในสหรัฐฯ ในกรณีที่เงินบาทอ่อน ผลกระทบที่คุณได้รับเต็มๆ แม้ทางโรงเรียนจะยังคิดค่าเทอมเท่าเดิม แต่คุณต้อง เสียเงินบาทมากขึ้นเพื่อส่งเงินให้ลูก
    กรณีนี้ FIF ที่เน้นการลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์ สหรัฐฯ... ช่วยคุณได้ เพราะเมื่อเงินบาทอ่อน คุณก็มี กำไรจากการลงทุนไปชดเชยกับส่วนที่เสียไปได้
    สุดท้ายผมขอสรุปว่า กองทุน FIF มีหลักการ ลงทุนเหมือนกองทุนในประเทศทั่วไป นั่นคือ แม้จะมีโอกาสได้ผลตอบแทนมากขึ้น แต่ความเสี่ยงก็มี มากขึ้นด้วยเหมือนกัน
    และเพราะยังเป็นของใหม่ในบ้านเรา คุณที่คิดจะซื้อกองทุนประเภทนี้ ควรศึกษาหนังสือชี้ชวนให้ละเอียด เพราะไม่เพียงซับซ้อนกว่ากองทุนรวมทั่วไป เท่านั้น แต่บริษัทจัดการกองทุนทั้ง 5 ที่ออกกองทุน FIF ต่างก็มีเงื่อนไขและนโยบายต่างกัน ภายใต้ข้อ จำกัดการลงทุนในต่างประเทศของแต่ละบริษัท ทำให้ กองทุน FIF มีความเสี่ยงแตกต่างกัน เหมาะกับนัก ลงทุนที่มีบุคลิกและความต้องการที่ต่างกันออกไป
    และนี่คืออีกทางเลือกหนึ่งของการลงทุน ... ซึ่ง การตัดสินใจเป็นของคุณครับ


กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศของประเทศไทย
ชื่อกองทุน กองทุนเปิดรวงข้าวโกลบัล,กองทุนเปิดโกบอล,กองทุนเปิดเอเจเอฟ โกลบอล , กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี,กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย ,บาลานซ์ บาลานซ์ ฟันด์ ออฟ ฟันด์, คอนเวอร์ติเบิล บอนด์โก,บอลอิควิตี้ ฟันด์, ตราสารหนี้เอเชีย
Name The Ruang Khao,Global Balanced Fund,AJF Global Convertible,MFC Global Equity Fund ING,Thai Asian USD Global Balanced Fund of Fund, Bond Fund Bond Fund

ชื่อบริษัทจัดการ บลจ. กสิกรไทย จำกัด บลจ. วรรณ จำกัด บลจ.อยุธยา เจเอฟ จำกัด บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) (มหาชน) จำกัด
ประเภทกองทุน กองทุนรวมหน่วยลงทุน กองทุนรวมหน่วยลงทุน กองทุนรวมหน่วยลงทุน
กองทุนรวมที่ลงทุนใน กองทุนรวมตราสารหนี้ที่
ประเภทขายและรับซื้อคืน ประเภทรับซื้อคืนหน่วย ประเภทรับซื้อคืนหน่วย ต่างประเทศในหลักทรัพย์ ลงทุนในต่างประเทศและหน่วยลงทุนเป็นช่วงเวลาที่ลงทุนที่ประสงค์จะไม่ดำรง ลงทุนที่ประสงค์จะไม่ดำรง ประเภทตราสารแห่งทุน ประสงค์จะไม่ดำรงอัตรา ประสงค์จะไม่ดำรงอัตราส่วนการลงทุนตามที่อัตราส่วนการลงทุนตามที่ ประเภทซื้อคืนหน่วยลงทุน ส่วนตามที่สำนักงานคณะอัตราส่วนการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการ กรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
ตามที่สำนักงานคณะ ก.ล.ต. กำหนด ก.ล.ต. กำหนดประเภทกำหนดวันรับซื้อ
กรรมการ ก.ล.ต. กำหนดคืนหน่วยลงทุน

    นโยบายการลงทุน เน้นลงทุนในหน่วยลงทุน เน้นลงทุนในหน่วยลงทุน เน้นลงทุนในหน่วยลงทุน ลงทุนในตราสารทุนใน มุ่งเน้นลงทุนในตราสารหนี้ของกองทุนต่างประเทศ ทั้งที่ลงทุนในตราสารแห่ง ของกองทุนเปิด JPMFF- ต่างประเทศโดยเฉลี่ย ที่เสนอขายในสกุลเงินโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี หนี้ และหน่วยลงทุนที่GCBF โดยเฉลี่ยในรอบปี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของ USD ของประเทศในทวีปไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ลงทุนในตราสารแห่งทุน บัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ75 มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ เอเชีย ทั้งภาครัฐบาล รัฐของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ที่เสนอขายในต่างประเทศ ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ กองทุน วิสาหกิจ และเอกชนกองทุน กองทุน ซึ่งนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้แปลงสภาพของบริษัทชั้นนำทั่วโลก
พันธมิตรในต่างแดน Merrill Lynch Investment Frank RussellJPMorgan Fleming Wellington Management ING Investment Managers (Channel Investment, Deutsche Asset Management Company, LLP Management Asia Islands)
LimitedAsset Management and Pacific (Singapore) Morgan Stanley Pte Ltd.
มูลค่าโครงการ (ล้านบาท) 920 900 920 920 1,800
สกุลเงินลงทุน USD USD EURO USD USD
นโยบายการจ่ายเงิน ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล อย่างน้อยปีบัญชีละ 1 ครั้ง ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล
ปันผล ในอัตราอย่างน้อยร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิและ/หรือ กำไรสะสม
มูลค่าซื้อขั้นต่ำ 102,000 บาท รวมค่า 10,000 บาท ไม่รวมค่า 10,000 บาท
1,000 หน่วย ในราคา 2,000 บาท
ธรรมเนียมการซื้อร้อยละ ค่าธรรมเนียมการซื้อขึ้นกับ หน่วยละ 10.30 บาท ไม่รวมค่าธรรมเนียมการ
2 แล้ว 2 ต่อปี มูลค่าที่ซื้อ รวมค่าธรรมเนียมการซื้อ ซื้อไม่เกินร้อยละ 2 ต่อปีร้อยละ 3 แล้ว ปัจจุบันเรียกเก็บร้อยละ 1.5 ต่อปี
เงื่อนไขการซื้อกองทุน ปิดการจองซื้อไปเมื่อวันที่ ทุกวันทำการสุดท้าย ทุกวันทำการ
ปิดการจองซื้อไปเมื่อวันที่ สามารถสั่งซื้อได้สัปดาห์
17 พฤษภาคม 2545 ของสัปดาห์ 24 พฤษภาคม 2545
ละ 1 ครั้งทุกวันทำการแรกของสัปดาห์
เงื่อนไขการขายคืน ทุกวันที่ 30 มิถุนายน ทุกวันทำการสุดท้ายของ ทุกวันทำการแรกของเดือน
ทุกรอบปีที่ 4 โดยจะรับซื้อ ทุกวันทำการสุดท้ายของกองทุน หรือวันทำการถัดไปกรณี สัปดาห์ มกราคม และกรกฎาคม คืนครั้งแรกภายในไตรมาส เดือนมกราคม และวันที่ 30 มิถุนายนเป็น เริ่มต้นกรกฎาคม 2546 ที่ 2 ปี 2549กรกฎาคม เริ่มต้นมกราคม วันหยุด เริ่ม 30 มิถุนายน 2546- 2547
ตลาดรองการซื้อขาย ตลาดหลักทรัพย์แห่ง ตลาดหลักทรัพย์แห่ง ตลาดหลักทรัพย์แห่ง
ประเทศไทย ประเทศไทย ประเทศไทย
ตลาดหลักทรัพย์แห่ง ตลาดหลักทรัพย์แห่ง
ประเทศไทย ประเทศไทย
ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2546
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (ล้านบาท) 603.04 178.48 668.87 744.15 875.68
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วย (บาท) 10.0625 9.9045 11.1529 9.1675 10.7712
ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน -2.14% -0.29% -2.29% 3.08% -19.16%*
ผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือน 5.90% 8.46% 5.39% 14.08% 1.29%*
ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 2.06% 4.97% 9.31% 4.58% 6.41%*
ผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 0.63% -0.95% 11.53% -8.33% 5.99%*



 เครื่องมือการวางแผน
 วิธีหา Net Worth
 วิธีจัด Portfolio
 ค้นหากองทุนรวม
 Bond Calculator
 Saving Calculator
 วางแผนการเกษียนอายุ
 วางแผนประกันชีวิต
 วางแผนการศีกษา
 บริหารหนี้
 IBES Earnings
  Consensus
 Statement รวม
 อื่นๆ