|
ผมได้พบกับนักลงทุนรายย่อยท่านหนึ่ง
ซึ่งทางสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยได้
แนะนำมาเข้าร่วมฟังรายการ
Opportunity Day
ที่ตลาดหลักทรัพย์
นักลงทุนท่านนั้นได้ปรับทุกข์กับผม ว่าได้ซื้อหุ้น
Giant ในราคา 14.00 บาท เพราะคิดว่าลงมาต่ำมากแล้ว
ด้วยเคยมีราคาสูงสุดถึง 26.00 บาท แต่ตอนนี้เหลือเพียง
13.00 บาทเท่านั้น!
จึงถามผมว่าจะทำอย่างไรดี ?
ผมตอบว่า ผมไม่สามารถจะให้คำตอบที่ถูกต้องได้
!
เพราะผมไม่ทราบว่าแนวโน้มราคาของหุ้นตัวนี้จะเคลื่อนไหวอย่างไร
ต้องขออภัยที่ตอบเหมือนกำปั้นทุบดิน
แต่ผมได้ให้ข้อคิดไปว่า ถ้าเป็นหุ้นที่ผมวิเคราะห์ดูแล้วเห็นว่าน่าสนใจ
เหมาะสมจะซื้อในราคา 14.00 บาท ถ้าราคาลดลงมาเหลือ
13.00 บาท ทั้งที่พื้นฐานของหุ้นยังเหมือนเดิม
ผมจะลงทุนเพิ่มเพื่อขยายจำนวนหุ้นและลดต้นทุนถัวเฉลี่ย
กลับกัน ถ้าผมคิดว่าที่ราคาลดต่ำลงมา เป็นเพราะปัจจัยพื้นฐานของหุ้นมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางลบอย่างมีนัยสำคัญ
ผมจะยอมขาดทุนโดยการ cut loss ขายทิ้งที่ 13.00
บาท
ผมจึงถูกถามต่อว่า เขาไม่ทราบเทคนิคการวิเคราะห์หุ้น
ผมจะมีอะไรแนะนำได้บ้าง ?
น่าหนักใจและน่าเห็นใจนะครับ เป็นนักลงทุนแต่ไม่ทราบว่าจะศึกษาสุขภาพของหุ้นได้อย่างไร
ที่สำคัญคือภูมิหลังการศึกษาจบมาทางด้านวิทยาศาสตร์
ไม่เคยเรียนเกี่ยวกับการเงินมาเลย !
ความจริงหลังจากหนังสือ กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ
ออกมาแล้ว มีนักลงทุนไม่น้อยที่โทรเข้ามาคุยกับผม
และผมพบว่ามีคนอีกมากที่ใจกล้า ควักเงินจำนวนมากซื้อหุ้นโดยไม่มีความรู้ทางการเงินเลยแม้แต่นิดเดียว
ซื้อหุ้นเพราะเห็นว่าลงมาต่ำแล้ว
ซื้อหุ้นเพราะเห็นว่าราคาจะขึ้นไปอีก
แต่ไม่ได้ซื้อหุ้นเพราะความรู้
! ? !
พูดแล้วเสียวไส้จริง ๆ
ข้อแนะนำของผมสำหรับนักลงทุนทั่วไปยังเหมือนเดิม
ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
เทคนิควิเคราะห์หุ้นของผมมีง่ายๆ
เรียกว่า คำถามยุทธศาสตร์
4 ข้อ
เป็น ตาข่ายไหมฟ้า
เหวี่ยงเข้าไปหาหุ้นตัวไหน
ไม่ช้าก็รู้ได้ว่าหุ้นตัวนั้นน่าสนใจหรือไม่
* ทำธุรกิจอะไร
?
* ผู้บริหารเป็นอย่างไร
?
* ผลงานที่ผ่านมาดีหรือไม่
?
* แนวโน้มเป็นอย่างไร
?
เนื่องจากเวลาจะคุยกับนักลงทุนรายที่ว่านี้น้อยมาก
เพราะผมต้องรีบขอตัวไปฟัง Opportunity Day อีกรายการหนึ่ง
จึงไม่ทราบว่า ข้อแนะนำที่ผมให้ไป จะเป็นประโยชน์หรือไม่
?
แต่สำหรับผม กลับเป็นจังหวะให้ผมได้ปรับเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสทอง
กล่าวคือ ในขณะที่นักลงทุนมีความทุกข์ ที่ราคาหุ้นตกลงมาจาก
14.00 บาทเหลือ 13.00 บาท มันกลับเป็นประกายความคิด
ให้ผมรีบเข้าไปดูรายละเอียดของหุ้นตัวนี้
และเป็นเหตุบังเอิญเหลือเกิน ด้วยเวลาต่อมาไม่นานผมก็ได้ฟังคำบรรยายของผู้บริหารของบริษัทนี้
ในรายการ Opportunity Day ในวันถัดๆ ไป
ข้อมูลที่ได้ ตอบคำถามผมหมด
ธุรกิจของ Giant กำลังขยายตัวจากเครือข่ายงานที่ได้ทยอยเปิดมาแล้ว
5 6 ปี
ผู้บริหารของบริษัทมีความรู้ความสามารถ และที่ผมประทับใจมากคือ
ผู้บริหารการเงิน (Chief Financial Officer)
แอกทีฟมาก มีคำถามหนึ่งที่เธอตอบไม่ได้เธอก็รีบส่งมาทางอีเมล์
ให้กับผู้เข้าร่วมทุกคนในภายหลังอย่างทันใจ
ผลงานของบริษัทเริ่มมีกำไรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
EPS ปี44 =1.27 บาท EPS ปี 45 = 1.61 บาท
แนวโน้มธุรกิจก็ยังดูดีอยู่โดยจะมีการเปิดขยายสาขาอีกปีละ
4 แห่งไปอีก 2 3 ปีข้างหน้า
จากตาข่ายไหมฟ้า คำตอบออกมาน่าสนใจทีเดียว
นอกจากนี้ เมื่อผมไปอ่านรายงานประจำปี 2545
ของ Giant ยังพบในลายแทงว่า ผู้บริหารมีสิทธิซื้อหุ้นได้ในราคา
14.80 บาท เป็นเวลา 5 ปี ถึง 31 ตุลาคม 2548
ที่สำคัญคือ มี XD ให้ 0.45 บาทด้วย แม้ว่า
dividend yield ออกมาจะต่ำไปหน่อย
แต่ผมก็คิดว่าเป็นการซื้ออนาคต จึงสั่งซื้อไป
5,000 หุ้นในราคา 12.90 บาท
พอรับปันผลมาต้นทุนของผมก็เหลือเพียงหุ้นละ
12.45 บาท
ผมไม่เสียใจเลยครับกับการตัดสินใจ
และเมื่อราคาขึ้นมาถึง 16.00 ผมก็ตัดขายออก
2,000 หุ้น ต้นทุนสุทธิของหุ้นที่ถืออยู่เหลือเพียง
10.19 บาท!
ผมต้องขอบคุณนักลงทุนรายย่อยที่จบวิทยาศาสตร์คนนั้นจริงๆ
ที่นำโชคลาภมาให้ผม
ทำให้ผมมีโอกาสเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสทอง
ผมมั่นใจว่ายังมีโอกาสทองอีกมากในตลาดหุ้น
ทุกท่านล้วนมีสิทธิเข้ามาร่วมวง คำถามอยู่ที่ว่า
ใครเตรียมพร้อมกว่ากัน ?
เท่านั้นเองครับ.
|