M&W
• Retirement
Investment Planning
Funds' Corner
• College Planning
Insurance
Money Matters
Debt
Legal Clinic
Marriage & Divorce
Inheritance
Money Tales
Money for Money 
M&W Quiz
Property
M&W Family Finance
Money Matters
Debt
Legal Clinic

M&W ภูมิใจเสนอมุมพิเศษสำหรับนักลงทุนทั้งหลาย มุมใหม่ที่คุณผู้อ่านมีสิทธิถามตรง และได้รับคำตอบจากผู้รู้ลึกรู้จริงในเรื่องการลงทุน เพราะเราได้รับเกียรติจากผู้จัดการกองทุนจาก บมจ. และ บลจ. มาช่วยตอบคำถามไขข้อข้องใจให้กับคุณๆ โดยครั้งแรกนี้เราได้รับเกียรติจากคุณอรรถวุฒิ สกนธวัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายบริหาร การลงทุนตราสารหนี้ บมจ.หลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย ที่เคยมาร่วมสัมมนาโต๊ะกลมกับเรามาประเดิมกับคำถามแรกที่ถามว่า “ตั้งกองทุนรวมยากไหม เขาต้องทำอะไรกันบ้าง และมีข้อดีข้อเสียอย่างไร”

และนี่คือคำตอบจากคุณอรรถวุฒิ ค่ะ

จะจัดตั้งกองทุนรวมได้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการ (บลจ.) ต้องรวบรวมความต้องการของกลุ่ม บุคคล หรือนิติบุคคลไม่ต่ำกว่า 10 ราย และมีวงเงิน ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และต้องมีวัตถุประสงค์ใน การลงทุนที่ชัดเจนระบุไว้ในการจัดตั้งกองทุนรวม เช่น เป็นกองทุนปิด กองทุนเปิด กองทุนที่ลงทุนใน ตราสารหนี้ กองทุนที่ลงทุนในตราสารทุน กองทุน ผสม กองทุนผสมที่เน้นลงทุนในตราสารทุน ฯลฯ โดย บลจ. ต้องยื่นเสนอโครงการเพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. อนุมัติ ซึ่งทาง ก.ล.ต.จะพิจารณาความเสี่ยง ความเหมาะสม ข้อตกลง และข้อยกเว้นต่างๆ ของ กองทุน เมื่อ ก.ล.ต. อนุมัติ ทาง บลจ. ก็จะออกหนังสือชี้ชวน นำเสนอรายละเอียดของโครงการ อาทิ วัตถุประสงค์ นโยบายการลงทุน ค่าธรรมเนียม ฯลฯ เพื่อเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO)   ให้นักลงทุนที่สนใจ จากนั้น บลจ.จะนำโครงการฯ ไป จดทะเบียนจัดตั้งกองทุน


อรรถวุฒิ สกนธวัฒน์
ผู้จัดการฝ่ายบริหารการลงทุนตราสารหนี้
บมจ.หลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย

ที่จะมีสถานะเป็นนิติบุคคล และทาง บลจ. ในฐานะผู้บริหารจัดการ ก็จะบริหาร การลงทุนไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ ในกรณีที่เป็น กองทุนเปิด ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถลงทุนเพิ่ม หรือขายคืนหน่วยลงทุนได้ หากไม่พอใจผลการ ดำเนินงาน หรือเมื่อวัตถุประสงค์หรือนโยบายการ ลงทุนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือมีความต้องการ ที่จะใช้เงิน

ส่วนข้อดีของการลงทุนในกองทุนรวม พอจะแยกได้เป็นข้อๆ ดังนี้ คือ

    1. มีสภาพคล่องสูง ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ โดยเปรียบเทียบการฝากประจำ 3 เดือน สมมติว่า นาย ก ต้องการใช้เงินก่อนที่เงินฝากครบอายุ เขาจะไม่ได้ดอกเบี้ยเงินฝาก แต่ในกรณีที่นาย ก ลงทุนใน กองทุนรวม (ซึ่งเป็นกองทุนเปิด) ที่มีนโยบายการ ลงทุนด้วยการฝากเงินเพียงอย่างเดียว เขาตั้งเป้าว่า จะลงทุนนาน 3 เดือน แต่เกิดความจำเป็นต้องใช้ เงินหลังจากลงทุนได้ 2 เดือน เขาสามารถขายคืน หน่วยลงทุนได้ และจะได้รับเงินคืนตามราคามูลค่า ทรัพย์สินสุทธิ ณ วันที่ไถ่ถอนหน่วยลงทุน
    2. มีอำนาจในการต่อรองสูง ยกตัวอย่างเช่น นาย ก เป็นนักลงทุนรายย่อยที่มีการลงทุนในตลาด หลักทรัพย์ โดยเปิดบัญชีซื้อขายไว้กับโบรกเกอร์ A เพียงรายเดียว เวลาเดียวกันโบรกเกอร์ B กำลัง เสนอขายหุ้นจองใหม่ (IPO) ที่จะเข้าจดทะเบียนใน ตลาดฯ ทั้งที่รู้ว่าหุ้นจองนี้มีอนาคตดี แต่ นาย ก ไม่มีสิทธิได้รับหุ้นจองนี้ ขณะที่กองทุนขนาดใหญ่ที่มี ทั้งบัญชีซื้อขายกับหลายโบรกเกอร์และมีปริมาณ การซื้อขายมากกว่า กลับมีสิทธิได้รับหุ้นจองดังกล่าว
    3. ลดความเสี่ยง ยกตัวอย่างง่ายๆ นาย ก มี เงิน 10,000 บาท อาจจะลงทุนในหลักทรัพย์ได้ 2-3 ตัว แต่เมื่อนำเงินมารวมกันเป็น 50 เป็น100 ล้าน จะกระจายการลงทุนได้มากขึ้น โดยอาจลงทุน ในหลักทรัพย์ได้ 25-30 ตัว ดังนั้นการลงทุนใน กองทุนรวมที่มีนโยบายเดียวกัน จะทำให้นาย ก มีความเสี่ยงน้อยกว่าที่จะลงทุนเอง
    4. ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีบุคคลธรรมดา ที่ลงทุนในกองทุนรวมจะได้รับยกเว้นภาษีในรูปของ ส่วนต่างกำไร พูดง่ายๆ คือ หน่วยลงทุนราคา 10.00 บาท ที่ขายได้ในราคา 10.10 บาทในอีก 1 ปีต่อมา กำไร 10 สตางค์ต่อหน่วยที่ได้นั้นไม่ต้อง นำไปเสียภาษี ขณะที่ดอกเบี้ยและเงินปันผลที่ได้ จากการลงทุนในหุ้น จะถูกหักภาษี
    5. มีคนดูแลและตัดสินใจลงทุนให้ ถ้าลงทุน เองต้องเสียเวลาเฝ้าดูและติดตาม แต่การลงทุน ผ่านกองทุนรวมมีมืออาชีพคอยดูแล โดยมีระบบ การจัดการ เครื่องไม้เครื่องมือ ข้อมูล เพื่อการตัดสินใจก็ดีกว่าการลงทุนด้วยตัวเองเยอะ

ส่วนข้อเสียของการลงทุนในกองทุนรวมก็มี ซึ่งแยกได้เป็นข้อๆ ดังนี้

    1. เสียค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ การบริหารแบบมืออาชีพก็ต้องมีค่าใช้จ่ายบ้าง แต่บางที การเสียเงินให้บริษัทจัดการนิดหน่อย จะช่วยประหยัดเวลา ภาษีและอื่นๆ ดังที่กล่าวไปแล้ว ซึ่งค่า ใช้จ่ายนี้ก็มีค่าธรรมเนียมนายทะเบียน ค่าธรรมเนียม ผู้ดูแลผลประโยชน์เพื่อให้เป็นไปตามกฎ และลด ความเสี่ยงจากการที่ผู้จัดการกองทุน ทำเกินกรอบ นโยบายการลงทุนที่เขียนไว้ในหนังสือชี้ชวน ซึ่ง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณร้อยละ 1 - 1.5 ต่อปี ตามขนาดของ NAV มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความ ยากง่ายในการบริหารครับ
    2. ไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การลงทุนใน กองทุนรวมต้องปล่อยให้บริษัทจัดการเขาดูแลไป ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการ บริหารได้ แต่อย่างไรก็ตามการบริหารจัดการก็ต้อง เป็นไปตามกรอบที่ได้เขียนไว้ในหนังสือชี้ชวนเท่านั้น พูดง่ายๆ ผู้ถือหน่วยก็ไม่ได้ลุ้นด้วยเท่านั้นเองครับ

คำตอบจากคุณอรรถวุฒิคงช่วยให้คุณๆ ที่สงสัยถึงที่มาที่ไปของกองทุนรวมกระจ่างขึ้นนะคะ และหากคุณผู้อ่านท่านใดมีข้อสงสัยในเรื่องการ ลงทุน อยากได้คำแนะนำในเรื่องการลงทุน คุณ สามารถส่ง อีเมลมาที่ ratchaporn@ezyplanning.com



 เครื่องมือการวางแผน
 วิธีหา Net Worth
 วิธีจัด Portfolio
 ค้นหากองทุนรวม
 Bond Calculator
 Saving Calculator
 วางแผนการเกษียนอายุ
 วางแผนประกันชีวิต
 วางแผนการศีกษา
 บริหารหนี้
 IBES Earnings
  Consensus
 Statement รวม
 อื่นๆ