|
เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม
หรือ เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น
เหตุผลหลักที่ทำให้คนอย่างพวกคุณ ไม่เคยหยุดนิ่ง หากแต่พยายามคิดค้น
หาแนวทางใหม่ๆขึ้นมาเพื่อพัฒนาระบบ สร้างระเบียบวิธีคิดและแนวปฏิบัติอย่างใหม่ๆ
ขึ้นมาแทนที่ของเก่า ที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของพวกคุณได้
และการจัดระบบและระเบียบในแต่ละครั้ง มีผลกระทบทำให้พวกผมมีรูปโฉมเปลี่ยนไป
ซึ่งในคราวนี้ผมจะพูดถึงการเปลี่ยนโฉมจากเงินโลหะมาเป็นเงินกระดาษ
หรือที่เรียกกันในภาษาวิชาการว่า ธนบัตร
ธนบัตร หรือ ที่คนใกล้ชิดเรียกว่า แบงก์นั้น พัฒนาตนเองมาจากเอกสารทางการเงิน
อย่าง ตั๋วสัญญาใช้เงิน, ตั๋วแลกเงิน, ใบสั่งจ่ายเงิน
และใบรับฝากเงิน ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในธุรกิจการค้าในช่วงศตวรรษที่
4 ซึ่งช่วงนั้น ญาติผู้พี่อีกคนของผม-คุณกษาปณ์(ทั้งที่เป็นเงินและทอง)ยังมีบทบาทโดดเด่นในวงการธุรกิจ
การค้า เพราะสามารถอำนวยความสะดวกให้กับพวกคุณในหลายด้าน
นั่นคือ โลหะที่ใช้ผลิตมีค่ามาตรฐาน, ควบคุมระบบการผลิตได้
และสามารถทอนค่าได้อย่างชัดเจน จึงทำให้คุณกษาปณ์ครองใจผู้ใช้เงินมาได้นานกว่า
10 ศตวรรษ
ขณะเดียวกันการเติบโตของธุรกิจ ที่ทำให้คุณกษาปณ์ป๊อปมากนี่แหละ
ที่ก่อให้เกิดภาระหลายอย่าง อาทิ ภาระด้านการผลิต คือต้องหาวัตถุดิบมาผลิตเพื่อให้พอกับความต้องการ
อีกทั้งยังต้องหาสถานที่เก็บ และยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนย้ายและรักษาความปลอดภัยอีกด้วย
ภาระเหล่านี้เองที่ทำให้คุณกษาปณ์เสื่อมความนิยม ทำให้คุณแบงก์ก้าวเข้ามาแทนที่
ซึ่งตามประวัติศาสตร์จีนระบุว่าในช่วงศตวรรษ 10 มีการออกใบรับฝากเงิน
เพื่อแก้ปัญหาในการขนย้ายถุงเหรียญอีแปะ โดยใบรับฝากเงินสามารถนำไปชำระหนี้ได้
โดยเก็บเหรียญอีแปะไว้(ก่อน)เพื่อโอนให้แก่กันตอนหลัง
ความสะดวก(ไม่ต้องนับและขนย้าย) และความปลอดภัย ทำให้ใบรับฝากนี้ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง
และในที่สุดรัฐบาลจีนจึงจัดพิมพ์ใบรับฝากเงิน หรือที่เรียกกันต่อมาว่า
ธนบัตร ขึ้น เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับคุณผู้ใช้เงินทั้งหลายอีกทางหนึ่ง
ส่วนการถือกำเนิดของ คุณแบงก์ ในยุโรปนั้น มีพัฒนาการอย่างแยกไม่ออกกับธนาคารพาณิชย์
ซึ่งตามประวัติศาสตร์ยุโรป ระบุว่าในช่วงศตวรรษที่ 4-17
การโอนและส่งเงินเข้าบัญชีค่อยเจริญขึ้น ทำให้เกิดตั๋วสัญญาใช้เงิน
ตั๋วแลกเงิน ใบสั่งจ่ายเงินและใบรับฝากเงินมากขึ้น และกลุ่มคนที่ได้รับความไว้วางใจให้ออกเอกสารทางการเงินเหล่านี้
โดยลูกค้าจะนำทองคำมาฝาก แล้วรับหลักฐานในรับฝากทองคำจากช่างทองกลับไป
ซึ่งมีลูกค้าหลายนำใบรับฝากทองคำที่ช่างทองออกให้ไปใช้ชำระหนี้แทนเงินมากขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ในศตวรรษที่ 16 ประเทศ ประเทศในทวีปยุโรปต่างมีเหรียญกษาปณ์ของตนใช้
การติดต่อค้าขายซึ่งกันและกัน ทำให้เหรียญกษาปณ์ปะปนกัน
แต่เหรียญของแต่ละชาติจะมีน้ำหนักและความบริสุทธิ์ของเนื้อโลหะไม่เท่ากัน
เพราะมีมาตรฐานการผลิตต่างกัน ช่างทองและช่างเงินซึ่งชำนาญการดูเนื้อโลหะจึงมองเห็นลู่ทางทำธุรกิจ
เริ่มจากรับตรวจน้ำหนักและความบริสุทธิ์ของเหรียญกษาปณ์จากต่างประเทศ
ต่อด้วยการรับซื้อเหรียญกษาปณ์เพื่อนำไปขายต่อให้กับผู้ใช้เงินที่ต้องการเหรียญของประเทศต่างๆ
เพื่อใช้ในการทำธุรกิจ การซื้อขายเงินตราระหว่างประเทศของช่างเงินและช่างทองนี่เอง
ที่เป็นต้นแบบของธุรกิจนับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์
ส่วนธุรกิจรับฝากทองก็พัฒนาขึ้นมาเป็นธุรกิจรับฝากเงินองธนาคารพาณิชย์และใบรับฝากทองจึงกลายเป็น
Bank Note ซึ่งพวกคุณ คนไทยเรียกขานว่า ธนบัตร นั่นเอง
ใบรับฝาก ตั๋วแลกเงิน บัตรธนาคาร หรือธนบัตร คือเงินสายพันธุ์ใหม่ที่สร้างขึ้นจากความเชื่อถือในระบบการควบคุม
ระบบการใช้โดยมีกฎหมายรับรอง ซึ่งต่างจากเงินสายพันธุ์เก่าที่ความเชื่อถือเกิดขึ้นจากค่าที่มีอยู่ในตัวของเนื้อโลหะที่ใช้ในการผลิต
และนี่คือภาพสะท้อนที่ทำให้ผมมั่นใจว่าในสังคมของพวกมนุษย์อย่างคุณ
(คุณ)ค่ากับราคา เป็นคนละเรื่องเดียวกัน
ข้อมูลจาก เบี้ย บาท กษาปณ์ แบงก์
โดยนวรัตน์ เลขะกุล
|