|
คุณค่าที่ไม่มีวันเปลี่ยน
หากสามาถสร้างภาพลักษณ์ และเพิ่มยอดให้กับสินค้าได้ ประโยคนี้จะกลายเป็น
วรรคทอง ของนักการตลาด
รูปแบบของการประเมินคุณค่าในเชิงการตลาด ซึ่งยากจะแยก
คุณค่า กับ ราคา ออกจากกัน
แต่ก็มีอยู่บ่อยๆที่ ราคา กับ คุณค่า
เดินสวนทางกัน เพราะคนบางคน ของบางอย่าง มีราคา(ประเมิน)
สูงกว่าคุณค่า ที่แท้จริง ขณะที่ของดีบางอย่าง
คนคุณภาพบางคน ต้องตกอยู่ในสภาพ คุณภาพเหนือราคา
ความนิยม ที่แปรเปลี่ยนไปตามเทรนด์ของสังคมที่พัฒนาก้าวไกลอย่างไม่หยุดยั้ง
โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้มนุษย์มีชีวิตที่ง่ายขึ้น คนและของจึงต้องอัพเกรด
(ปรับ)ปรุง(ปรับ)แต่ง เพื่อมิให้ตกกระแส กลายเป็นของเก่า
ของเชยที่ไม่มีคุณค่าไม่มีราคา
แต่เพราะความนิยมอีกนั่นแหละ ที่ทำให้เกิดข้อยกเว้น ทำให้ของเก่าบางอย่างกลายเป็นของหายากเป็นของดีมีค่ามีราคา
ขึ้นทำเนียบงานศิลปะ ของสะสมที่ผู้คนแสวงหา
ซึ่งญาติของผม คุณกษาปณ์ ก็อยู่ในกลุ่มนี้
คุณกษาปณ์ หรือเรียกกันเต็มๆว่า เหรียญกษาปณ์
ถือกำเกิดขึ้นเมื่อ 2,700 ปี ที่แล้ว เมื่อเจ้าผู้ครองแผ่นดินลิเดียที่มั่งคั่ง
ประทับตราพระราชลัญจกรลงบนก้อนโลหะนาก(เงินผสมทองและทองแดง)ที่ตัดแบ่งเป็นขนาดต่างๆ
ตามน้ำหนักมาตรฐานที่กำหนด(กัน)ขึ้น อีก 50 ปีต่อมา เมื่อสามารถแยกทองออกจากเงินได้
เหรียญเงินและเหรียญทองจึงถือกำเนิดขึ้น ลิเดียจึงเป็นชนชาติแรกที่ใช้เหรียญกษาปณ์
และผลิตเหรียญกษาปณ์ทองขึ้นใช้
เหรียญกษาปณ์ได้รับความนิยม แพร่หลายทั้งในประเทศลิเดียและประเทศคู่ค้า
เพราะช่วยให้ชีวิตของพ่อค้าง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาตัดและชั่งโลหะกันทุกครั้งที่ตกลงการค้า
นอกจากนี้ การผลิตด้วยวิธีการง่ายๆ นำก้อนโลหะตามน้ำหนักมาตรฐานมาวางบนทั่งเหล็กที่แกะรูปหัวสิงโต
อันเป็นตราพระราชลัญจกร แล้วทุบด้วยค้อนนี้ กลายเป็นต้นแบบของการผลิตเหรียญกษาปณ์
ซึ่งตามทฤษฎีการตลาดพระราชลัญจกร คือแบรนด์ของสินค้า ที่ทำให้ผู้ใช้(คู่ค้า)เกิดความเชื่อมั่นและการยอมรับ
ผลในทางรูปธรรมคือประเทศคู่ค้าอย่างกรีก รับมาทั้งระบบการใช้และการผลิต
เหรียญกษาปณ์จึงแพร่หลายในเมืองท่ารอบทะเลเมดิเตอร์เรเนีย
ขยายสู่ยุโรป แอฟริกาเหนือ และบางส่วนของเอเชีย ในยุคที่อาณาจักรโรมันที่เรืองอำนาจ
จากเหรียญหน้าเดียวที่ประทับตราเจ้าผู้ครองแผ่นดินของชาวลิเดีย
กรีกใช้พื้นที่อีกด้านให้เป็นประโยชน์ นำรูปเทพเจ้าที่นับถือประทับลงไป
เหรียญจึงมีสองด้าน หัว-ก้อย ซึ่งในช่วงแรกๆเหรียญกษาปณ์ของอาณาจักรโรมัน
ก็มีรูปแบบเดียวกัน แต่ต่อมาภาพที่ปรากฏบนเหรียญหลากหลายมากขึ้น
อาทิ สัญลักษณ์ของเมืองที่ผลิต เครื่องมือที่ใช้ พระบรมฉายาลักษณ์ของจักรพรรดิที่มีชื่อเสียง
การชนะศึกครั้งสำคัญ และพระบรมฉายาลักษณ์ของจักรพรรดิที่ยังทรงพระชนม์
(เริ่มในสมัยจูเลียส ซีซาร์) เมื่ออาณาจักรโรมันเสื่อมสลาย
คริสต์ศาสนาเป็นที่นับถือแพร่หลาย เครื่องหมายทางศาสนาจึงนำมาประทับบนเหรียญกษาปณ์
ภาพและตราประทับบนเหรียญ แสดงอำนาจของผู้ปกครอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบันทึกประวัติศาสตร์โลก
ฐานอำนาจที่เปลี่ยนแปลงไป ปกติแล้วภาพเหมือนที่ปรากฏบนเหรียญจะเป็นภาพของผู้ครองนคร
แต่หากเมืองใดมีเจ้าครองนคร แต่เหรียญกษาปณ์กลับปรากฏรูปอื่น
แสดงว่านครนั้นไม่มีอำนาจอธิปไตยในการปกครอง พูดง่ายๆ
คือเป็นเมืองขึ้น และถ้าใช้สัญลักษณ์ทางศาสนาแสดงว่าช่วงเวลานั้นอำนาจของผู้ปกครองน้อยกว่าความเชื่อ
ความศรัทธาทางศาสนา
และนี่คือเรื่องราวความเป็นมาของคุณกษาปณ์ แต่ที่ผมว่าน่าคิดในเส้นทางชีวิตของคุณกษาปณ์
คือภาวะตกรุ่น ส่วนหนึ่งเอาท์ เทรนด์ขึ้นทำเนียบของสะสม
ส่วนที่ยังใช้อยู่ก็มีค่าเพียงเศษสตางค์ เส้นทางชีวิตที่ผันแปรไปของคุณกษาปญ์
คือผลจากความนิยมตามเทรนด์ที่ไม่เคยเอาท์ นั่นคือเพื่อชีวิตที่ง่ายกว่าเดิมนั่นเอง
|