M&W
• Retirement
Investment Planning
Funds' Corner
• College Planning
Insurance
Money Matters
Debt
Legal Clinic
Marriage & Divorce
Inheritance
Money Tales
Money for Money 
M&W Quiz
Property
M&W Family Finance
Money Matters
Debt
Legal Clinic
เทพ รุ่งธนาภิรมย์

ในการลงทุนซื้อหุ้น ผมจะบันทึกทั้งจำนวนและราคาไว้อย่างชัดเจน มันช่วยให้ผมสามารถกำหนดกลยุทธ์ของก้าวต่อไปได้ง่ายขึ้น

การบันทึกที่ชัดเจนช่วยให้ผมสามารถลดต้นทุนของหุ้นได้โดยการซื้อหุ้นที่ขายไปกลับมาในราคาที่ต่ำลง

 นอกจากนี้ ผมได้ดัดแปลงเทคนิคการลงทุนจากกลยุทธ์การเล่นหมากล้อม (โกะ)ซึ่งพูดถึงหลักที่น่าสนใจอย่างน้อยสองข้อคือ

1. การชนะด้วยการไม่พยายามจะเอาชนะ

2. หมากที่จะชนะได้ ต้องมีโครงสร้างของหมากที่ดี

สำหรับหลักข้อแรกนั้น ผมนำมาใช้กับตลาดหุ้น คือ ไม่พยายามทุ่มเงินซื้อหุ้นแบบต้องการเห็นผลกำไรอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น ๆ เพราะอาจขาดทุนหมดตัวได้ง่ายๆ เช่นเดียวกัน การคำนึงถึงหลักนี้ทำให้ผมใจเย็น มีความอดทน คำนึงถึงผลได้ที่ยั่งยืนในระยะยาว

ส่วนหลักข้อสองนั้น ทำให้ผมต้องคัดเลือกหุ้นที่มีโครงสร้างที่ดี หุ้นที่มีโครงสร้างที่ดีหมายถึงต้องเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและราคาต้องไม่สูงจนเว่อร์ ถ้าให้ดี ต้องสามารถให้ dividend yield ใกล้ๆ สิบเปอร์เซ็นต์

ผมเห็นว่าหุ้นตัวใดที่มี dividend yield ต่ำกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นหุ้นที่มีราคาแพงเกินไป ผมมักจะเลี่ยงเพราะกลัวตกอยู่ในสภาพยิ่งสูงยิ่งหนาว

นอกจากผมจะพิจารณาเห็นว่าหุ้นตัวนั้นจะมีอัตราการเติบโตของการทำกำไรอยู่ในเกณฑ์สูงคือเกิน 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ผมก็อาจจะซื้อไว้บ้าง แม้ว่า dividend yield ของปีปัจจุบันจะอยู่ต่ำกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ เพราะอนาคตเมื่อมีกำไรสูงขึ้น DPS ก็ย่อมจะสูงตาม ทำให้ dividend yield มีโอกาสปรับตัวสูงกว่าห้าเปอร์เซ็นต์

การเลือกลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดีและในราคาที่เหมาะสม คือหลักการสำคัญที่ผมเชื่อว่าจะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุน และเพิ่มโอกาสในการ

ทำกำไร อย่างเช่น หุ้นธุรกิจยางที่ผมเคยเรียนว่ามีโอกาสถือสูงถึง 5,000 หุ้น แบบฟรีๆ เพราะผมเข้าไปซื้อในจังหวะที่เหมาะสม กว่า 40,000 หุ้น และเมื่อเวลาหุ้นวิ่งขึ้น ก็ทยอยขายออกไป 35,000 หุ้น เพื่อนำกำไรมาลดต้นทุนที่เหลืออยู่จนต่ำกว่าศูนย์

ที่สำคัญคือหุ้นที่ผมเลือกแล้ว เวลาขาย ผมจะไม่ขายหมด จะต้องเหลืออยู่ส่วนหนึ่งเสมอ แต่เป็นการเหลืออยู่ในลักษณะที่ปลอดภัยเพราะมักจะอยู่ต่ำกว่าราคาตลาดค่อนข้างมาก

ขณะเดียวกัน ผมก็จะเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นแบบห่างๆ เพื่อว่าถ้ามีการปรับตัวลดต่ำลง อาจเป็นโอกาสให้ผมได้ซื้อหุ้นที่ขายไปกลับมาเข้าพอร์ต

กลับมาที่หุ้นยางอีกครั้งนะครับ หลังจากที่ราคาหุ้นวิ่งสูงขึ้นเพราะข่าวดีเรื่องการรวมตัวของสามประเทศผู้ผลิตยางรายใหญ่ไปสักระยะหนึ่ง ก็มีข่าวด้านลบปรากฎออกมา

นั่นคือ มีกระแสข่าวว่าประเทศหนึ่งในสามมีการระบายสต็อคยางออกตลาดกว่า 100,000 ตัน เป็นผลกดดันให้ราคายางอ่อนตัวลงอย่างรุนแรง

ข้อมูลนี้คือหมีตัวใหญ่ที่ตะปบเข้ามาที่หุ้นยางที่ผมกล่าวถึง ราคาจึงไหลลงมาอยู่แถวๆ 15.50 – 15.60 บาท

ผมกลับไปดูบันทึกของผม ก็พบว่ามีรายการที่ผมขายออกไปตั้งแต่ 18.00 – 21.00 บาท จึงเห็นเป็นโอกาสอันดีที่จะซื้อกลับเพราะการอ่อนตัวของราคา ปรากฎว่าผมซื้อกลับมาได้ 12,000 หุ้นๆ ละ 15.60 บาท แม้ราคาจะลงต่อไปถึง 14.00 บาท ผมก็ยังไม่รู้สึกเดือดร้อนเพราะเมื่อคิดเฉลี่ยสุทธิ ก็ตกหุ้นละเพียง 11.00 บาทเท่านั้น ต่อมาราคาหุ้นก็ค่อยๆขยับสูงซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะราคายางขยับขึ้นมาใหม่จากการรวมตัวของประเทศผู้ผลิตยางหรือเปล่า เพราะผมเช็คดูผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 2 และ 3 ก็ยังไม่ดี ดังนั้น เพื่อความไม่ประมาทและเป็นการลดความเสี่ยงผมก็วางหมาก take profile ออกไปก่อนดังนี้

ขาย (หุ้น ) ราคา ( บาท )
2,000 17.00
2,000 17.50
2,000 18.00
2,000 18.50

การขายออกแบบนี้ ผมได้ความคิดมาจากโกะเหมือนกัน เพราะมีเทคนิคการไล่ล่าจับหมากคู่ต่อสู้กิน เรียกว่าเทคนิคขั้นบันได ผมจึงทยอยขายออกทีละ 2,000 หุ้น ในราคาที่สูงขึ้น การวางหมากการขายแบบนี้ เปิดโอกาสให้ผมมีโอกาสซื้อคืนเมื่ออ่อนตัวได้ถึง 8,000 หุ้น

หลังจากการขายหุ้น 8,000 หุ้นดังกล่าวข้างต้นไปแล้ว ผมยังเหลือหุ้นทั้งหมดอีก 9,000 หุ้น ในราคาต้นทุนเฉลี่ยสุทธิ 5.21 บาทต่อหุ้น

และแล้ว โดยที่ผมไม่ได้คาดคิดมาก่อน ทางบริษัทก็ประกาศจ่ายเงินปันผลปี 2545 ถึงหุ้นละ 1.50 บาทอีกครั้งหนึ่งซึ่งเท่ากับที่จ่ายในปี 2544 เหตุผลเพราะผลของไตรมาสที่ 4 ของปี 2545 ออกมาดีมาก

dividend yield ที่ผมได้รับจึงออกมาเท่ากับเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์

นี่คือผลตอบแทนที่ผมได้ในฐานะนักลงทุนรายย่อย ผมมองว่าตลาดหุ้นมีความเสี่ยง แต่ถ้าเรามีวิธีจัดการกับความเสี่ยงได้ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คุ้มเกินคุ้ม ทางเดียวที่จะลดความเสี่ยงได้จำเป็นต้องมีความรู้พอที่จะพึ่งพิงตนเองได้ในการเลือกหุ้นและในการบริหารพอร์ต กลยุทธ์การซื้อหุ้นที่ขายไปกลับมาในราคาที่อ่อนตัวลงก็คือไม้เด็ดท่าหนึ่ง ที่จะทำให้ dividend yield ในพอร์ตเติบโตได้รวดเร็วขึ้น

การไม่โลภจนเกินไป ด้วยการทยอยขายหุ้นบางส่วนออกไปก่อนเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างไม่ค่อยมีเหตุผล คือปัจจัยสำคัญที่เอื้ออำนวยให้นักลงทุนมีโอกาสซื้อกลับเมื่ออ่อนตัวได้ เพราะบ่อยครั้งทีเดียว ที่ตลาดมักจะ over react กับข่าวด้านลบจนเกินไป มีการเทขายจนราคาหุ้นตกต่ำลงกลายเป็น bargained price ไม่ต้องไปแย่งซื้อ ก็สามารถได้ของดีราคาถูกๆ

ดังนั้น จึงควรมีการติดตามดูตลาดบ้าง ไม่ใช่ขายแล้วปล่อยเลยตามเลย

เสียดายโอกาสดีๆครับ



 เครื่องมือการวางแผน
 วิธีหา Net Worth
 วิธีจัด Portfolio
 ค้นหากองทุนรวม
 Bond Calculator
 Saving Calculator
 วางแผนการเกษียนอายุ
 วางแผนประกันชีวิต
 วางแผนการศีกษา
 บริหารหนี้
 IBES Earnings
  Consensus
 Statement รวม
 อื่นๆ