M&W
• Retirement
Investment Planning
Funds' Corner
• College Planning
Insurance
Money Matters
Debt
Legal Clinic
Marriage & Divorce
Inheritance
Money Tales
Money for Money 
M&W Quiz
Property
M&W Family Finance
Money Matters
Debt
Legal Clinic
ธีระ ภู่ตระกูล

น่าเบื่อ....จุกจิก

ไม่ได้จะว่าผู้ใดนะครับ แต่นี่คือความรู้สึกของหลายคน เมื่อต้องทำงบประมาณการใช้จ่ายของครอบครัว แต่ภาระที่ (แสน) น่าเบื่อและจุกจิกนี้ ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายทางการเงินอย่างที่ตั้งไว้ โดยจะช่วยให้รู้ว่าเราใช้เงินตามแผนที่วางไว้หรือไม่

การทำงบประมาณฯ นี้ไม่จำเป็นเลย หากมีเงินสดพร้อมจ่ายอยู่ในมือตลอดเวลา และมีความทรงจำดี จนจำได้ว่าเงินบาท (ย้าย) จากกระเป๋าของเราไปอยู่ที่ไหน แต่เพราะไม่มีคุณสมบัติทั้งสองประการ เราจึง ควรทำงบประมาณในส่วนนี้ให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที

สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ ผมขอบอกนะครับว่า การทำงบประมาณของครอบครัวเป็นภารกิจสำคัญ ที่ต้องการความใส่ใจในระดับเดียวกับที่คุณวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายภายในหน่วยงานของคุณ (ตามคำสั่งของเจ้านาย) เลยนะครับ ซึ่งจริงๆ แล้วการทำงบฯนี้ มีระบบการจัดการและแบบแผนที่ชัดเจน เช่นเดียวกับการวางแผนและทำงบประมาณค่าใช้จ่ายบริษัทเลยครับ

ถึงการทำงบค่าใช้จ่ายของครอบครัวจะเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ก็มีผลดีในเรื่องการสร้างวินัยทางการเงินที่จะกลายเป็นนิสัยถาวรที่ดีๆ อีกข้อหนึ่งของเรา ช่วยให้เราควบคุมค่าใช้จ่ายจนถึงฝั่งฝันได้ แต่เราต้องผ่านภาวะที่ (แสนจะ) น่าเบื่อในช่วงสองสามเดือนแรกไปให้ได้นะครับ

ทีนี้...มาดูขั้นตอนการทำงบประมาณค่าใช้จ่ายในบ้านกันเถอะ

หลักการทำงบค่าใช้จ่ายของครอบครัว ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน

    1. ทำบัญชีค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน
    2. ประเมินการใช้จ่าย และตั้งเป้าหมายและกำหนดแผนการลงทุนเพื่อให้บรรลุตามเป้าที่ตั้งไว้
    3. ทบทวนรายการค่าใช้จ่าย เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้การจ่ายเป็นไปตามแผน

นี่คือหลักการพื้นฐานของการทำงบประมาณค่าใช้จ่ายของครอบครัว ซึ่งปัจจุบันมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป เพื่อการจัดทำงบประมาณโดยเฉพาะ มีทั้ง Quicken และ Microsoft Money ที่ช่วยให้ทำงบฯ ง่ายขึ้น โดยโปรแกรมฯ เหล่านี้มีลูกเล่นต่างกันไป อย่างเช่น ทั้ง Quicken และ Microsoft Money กำหนดให้คีย์จำนวนเงินและระบุด้วยว่า ที่จ่ายออกไป ไม่ว่าจะเป็นเช็ค, เงินสดหรือ รูดบัตรเครดิตนั้น จ่ายไปเพื่อการใด อาทิ เสื้อผ้า น้ำหอม อาหาร หรือ ของเล่นของลูก ซึ่งจะช่วยให้รู้ว่าใช้เงินไปกับเรื่องใดมากที่สุด

ยังมีโปรแกรมที่เราสามารถเพิ่มรายละเอียด รายการค่าใช้จ่ายได้อย่างที่ต้องการ เพื่อให้สอดคล้องกับระบบ การใช้การจ่ายของเรา บางโปรแกรมมีอ็อปชั่นพิเศษ คาดการแนวโน้มการใช้จ่ายในอนาคตของเราจากข้อมูลการใช้จ่าย ที่ผ่านมาได้ด้วย

แต่ถ้าไม่มีทักษะด้านเทคโนโลยี ไม่ถนัดการใช้คอมฯ ก็กลับไปใช้วิธีดั้งเดิม จดบันทึกการใช้จ่ายในช่วงปีที่ผ่านมา แล้วใช้สูตรพื้นฐานทางบัญชี แบ่งออกเป็นหมวดเป็นหมู่ ลงรายการเป็นรายรับและรายจ่ายก็ได้

แต่ข้อควรระวังในการทำงบฯประเภทนี้ คือการละเลยรายละเอียดรายจ่ายเล็กๆ น้อยๆ หลายรายการ โดยมากเราจะกำเงินสดเอาไว้ก้อนหนึ่ง เพื่อเป็นค่าสนองความต้องการในแต่ละวัน ไปเรื่อยๆ พอถึงเวลาลงบัญชี เราจะลืมรายละเอียด เลยเหมารวมเป็นค่าใช้จ่าย จิปาถะ ในกรณีนี้ ผมขอแสนอแนะสักนิด คือคุณน่าจะนำเงินส่วนนี้มาคำนวณ แล้วเทียบหาค่าว่าเงินก้อนนี้คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ถ้าเกินร้อยละ 5 น่าจะกลับไปทำบัญชีอย่างละเอียดชนิดวันต่อวัน เราจะได้ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นยังไงละครับ

งบประมาณภายในครอบครัวที่ควรจะเป็น (Ideal Budget)

เมื่อได้ภาพกว้างของการใช้จ่ายของครอบครัวเรียบร้อยแล้ว ถึงคราวที่เราจะมาดูกันเสียทีว่างบประมาณ ค่าใช้จ่าย ในบ้านที่ควรจะเป็นนั้น เป็นอย่างไร

อัตราส่วนค่าใช้จ่าย

ร้อยละ

หนี้เงินกู้ ซื้อบ้าน ซื้อรถ ฯลฯ

30

ภาษี

25

เบี้ยประกัน ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ

4

เงินออมและเงินลงทุน

15

ค่าใช้จ่ายทั่วไปและค่าใช้จ่ายในบ้าน

26

กำหนดเป้าหมาย

เอาละ... กำหนดงบฯ ได้แล้ว ที่สำคัญคือต้องตระหนักว่าการใช้เงินเกินเป็นเรื่องอันตราย แม้จะไม่ทำให้ล้มละลายทันทีทันใด แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยให้รู้ว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องตัดรายจ่ายบางอย่างลง การจะบรรลุ เป้าหมายทางการเงินอย่างที่ฝันไว้ได้นั้น ขอแนะนำให้ควบคุมการใช้จ่ายให้ได้ตามงบ คือ ไม่เกินร้อยละ 90 ของรายได้ ที่เหลือจะได้นำไปต่อยอดต่อไป

ตัดใจจากของสวยๆ งามๆ ที่อยู่ในรูป “ของจำเป็น”

บ่อยมากที่เรามีรายจ่ายมากกว่ารายได้ และเมื่อสืบหาเหตุแล้วจะพบว่าเป็นเพราะเราเป็นพวกรสนิยมสูงเกินรายได้ พูดง่ายๆ คือใช้เงินไปกับของฟุ่มเฟือยมากไปหน่อย โดยตอนจ่ายมักจะมีข้ออ้างว่าระดับของกับระดับราคาและระดับความต้องการของเรา สมเหตุสมผลแล้ว ทั้งที่จริงๆ แล้ว ของดีมีระดับที่ว่านั้นหาใช่ข้าวของที่จำเป“นกับชีวิตในระดับเราแต่อย่างไร

หากก็มีรายจ่ายบางอย่างที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น แต่เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ตัวอย่างเช่นในเรื่องการศึกษา ปกติแล้ว แต่ละครอบครัวจะมีเงินด้านการศึกษาอยู่ที่ร้อยละ 2 ถึง 3 แต่ถ้าคุณส่งลูกเรียนโรงเรียนเอกชน ทำปริญญาในต่างประเทศ หรือคุณเองเข้าศึกษาเพิ่มเติมเพื่อปรับ-ขยับระดับความรู้ความสามารถในคอร์สพิเศษอย่างบริหารธุรกิจ การบริหารจัดการ ฯลฯ แม้จะต้องจ่ายเพื่อการนี้มากกว่าปกติ แต่เพื่ออนาคตทางการงาน รายจ่ายแบบนี้ต้องอนุโลม เป็นรายจ่ายที่เลี่ยงไม่ได้ ทางออกในเรื่องนี้คือ ตัดงบที่ไม่จำเป็นด้านอื่นแทน

อย่าหวังลาภลอย

ที่ต้องระวังอีกอย่างหนึ่งในการทำงบค่าใช้จ่ายของครอบครัว คือ งบในส่วนของรายรับ อย่าหลง (ผิด) นำจำนวนเงิน ที่น่าจะได้ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรเข้าไปด้วย อย่างเช่น โบนัส หรือเงินปันผลประเภทต่างๆ รวมเข้าไปด้วย เพราะหากพลิกล็อค ลาภเหล่านั้นลอยหายไป จะมีผลกระทบกับแผนการเงินของเราได้ จะดี (กว่า) หากจะรอให้แน่ใจว่าได้แน่ๆ เสียก่อน แล้วค่อยวางแผนจัดการต่อยอดเงินที่ได้มากันอีกที

เมื่อจัดทำงบประมาณค่าใช้จ่ายได้แล้ว เราจำเป็นต้องปรับปรุงนิสัยให้มีวินัยในการใช้จ่าย ซึ่งเป้าหมายหลักอยู่ที่จะต้องใช้เงิน ให้ได้ตามงบที่ตั้งเอาไว้ และต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพราะอาจเกิดเรื่องเหนือความ คาดหมาย ส่งผลกระทบกับเป้าหมาย (ทางการเงิน) ที่เราตั้งไว้ ทางออกคือ ต้องสามารถรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รู้จักปรับเป้าหมายและกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์

หากไม่สามารถปรับรายรับรายจ่ายให้พอเหมาะ เราคงต้องตัดใจตัดหรือลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นบางอย่างออกไปบ้าง

ต้องตัดและต้องลด

เมื่อพิจารณาอย่างจริงจัง เราอาจพบว่าค่าใช้จ่ายที่สูง (เกินจำเป็น) ของเรา เป็นเพราะเรามีมากเกินความจำเป็นก็ได้ บ้านใหญ่ไป รถหรูไป และ (หรือ) รูดบัตรเครดิตถี่ไป ถ้าเป็นแบบนี้ เราน่าจะพิจารณาหาทางตัดทอนหรือปรับเปลี่ยน ให้เหมาะกับฐานะและความต้องการที่แท้จริงของเรา

แต่เพื่อให้เห็นภาพที่เป็นรูปธรรมของการตัดและลดรายจ่ายบางส่วน และบางรายการที่เราคิดว่าเป็นเงินน้อยนิดนี้ ผมยกคำสอนของท่านสุนทรภู่มาอ้าง จำได้ไหมครับที่บอกว่า “มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท” นั่นแหละ ไม่ต่างกันเลยครับ เก็บทีละเล็กทีละน้อย วันละนิดละหน่อย ไม่ช้าจะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ ในทางตรงข้ามการผัดผ่อน คิดว่า รอเดือนหน้าค่อยออม คิดอย่างนี้ทุกเดือน รอจนถึงชาติหน้าก็คงไม่มีเงินเก็บแน่

สรุปง่ายๆ คือไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน หากเป็นเงินย่อมมีค่าเสมอ

และนี่คือคำแนะนำในการปรับเปรียบ ตัด-ลด ค่าใช้จ่ายที่เกินจำเป็น

ในกรณีลดค่าใช้จ่าย

เลือกบ้านหลังเล็กลง เปลี่ยนจากรถหรูเป็นรถครอบครัวที่ประหยัดกว่า แม้ไม่ถูกใจ แต่ควร ทำใจบ้าง เพื่อเป้าหมายทางการเงินดังที่ฝัน

รีไฟแนนซ์หรือย้ายเงินกู้

ปัจจุบันสถาบันการเงินหลายแห่งแข่งขันกันหาลูกค้าเงินกู้ ด้วยการเสนออัตราดอกเบี้ย เงินกู้ต่ำ หาข้อมูลในเรื่องนี้ดูว่าสถาบันการเงินแห่งใดให้กู้เงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าที่ เราจ่าย (อยู่) ราวร้อยละ 2 เราควรรีไฟแนนซ์เงินกู้ของเรา เพราะจะลดค่าใช้จ่าย รายเดือนได้

ข้อแนะนำเหล่านี้คงต้องนำไปพิจารณา ปรับให้เหมาะกับสถานการณ์ทางการเงินของตนเอง

ข้อควรระวัง

ก่อนจะจากกันไปในคราวนี้ ผมคงต้องย้ำนะครับว่า แม้เราจะคิด (ในแง่ดี) ว่า รายได้และตำแหน่ง หน้าที่ การงาน ของเราจะปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามความสามารถที่เพิ่มมากขึ้นตามอายุของเรา แต่ต้องไม่ลืมว่าราคา สินค้าและบริการก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยไม่เคยลดด้วยเหมือนกัน

อัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยร้อยละ 3 ต่อปี ทำให้ในอีก 20 ปีข้างหน้า ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของปัจจุบัน เมื่อถึงเวลานั้นหากจะรักษามาตรฐานชีวิตดังที่มีอยู่ในปัจจุบัน เราต้องมีรายรับมากกว่าที่หาได้ในปัจจุบันเป็นสองเท่า เช่นกัน ดังนั้น อย่าร้อนรน มีวิถีชีวิตหรูหราฟู่ฟ่า เข้าสู่มาตรฐานชีวิตที่เหนือระดับในทันทีที่มีรายได้เพิ่มขึ้น ที่ควรทำคือคำนวณให้ถี่ถ้วนก่อนว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้มากกว่าอัตราเงินเฟ้อหรือไม่



 เครื่องมือการวางแผน
 วิธีหา Net Worth
 วิธีจัด Portfolio
 ค้นหากองทุนรวม
 Bond Calculator
 Saving Calculator
 วางแผนการเกษียนอายุ
 วางแผนประกันชีวิต
 วางแผนการศีกษา
 บริหารหนี้
 IBES Earnings
  Consensus
 Statement รวม
 อื่นๆ