|
ตอนพี่เรียนประมาณ 8
แสน แต่นั่นเมื่อสิบปีก่อน ค่าเงินดอลล่าร์ แค่ 27 บาทเอง
ตอนนี้น่าจะสัก สองล้านเป็นอย่างต่ำ
คุณแอน ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัย
UCLA ระบุงบ (โดย) ประมาณ ในการส่งลูกเรียนต่อมหาวิทยาลัยต่างประเทศ
ทั้งอังกฤษและสหรัฐฯ ค่าเล่าเรียนเพิ่มในอัตรา
ร้อยละ 5 ต่อปี
ข้อมูลที่คุณปราณีอ่านเจอจากเน็ต
เมื่อสองวันก่อน
ตัวเลขเหล่านี้อาจทำให้พ่อแม่หลายคนถอดใจ แต่ไม่ใช่คุณปราณีว่าที่
คุณแม่มือใหม่ ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลอย่างแน่นอน ด้วยพลังรักของแม่โดยมี
พ่อของลูก (ต่อจากนี้ไปขอใช้ชื่อคุณปราณีคนเดียว เพราะเหนื่อยที่จะพิมพ์)
เป็นกำลังใจยืนเคียงข้าง ต่างมีเป้าหมายรวมกันคือ อนาคตที่สดใสมั่นคงของ
ลูก ดังนั้น ยามนี้เป้าหมายทางการเงินที่คุณปราณีมุ่งมั่นจะไปให้ถึง
คือ หาทุน เตรียมไว้ให้ลูกได้ศึกษาต่อมหาวิทยาลัยดีๆ ในต่างประเทศ
และแม้ภาวะอัตราเงินเฟ้อวิ่งนำอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ตอนนี้เหลือ
ร้อยละ 1.25 (ยังดีที่ธนาคารไม่คิดค่าฝากเงิน คุณปราณีคิดแบบคนมองโลก
ในแง่บวก แต่เธอเชื่อว่าหากมีสติ เธอย่อมจะมีปัญญาสานฝันของเธอให้เป็น
จริง แต่การจะทำฝันนี้ให้เป็นจริงก็ต้องมีการวางแผนอย่างรัดกุม
ซึ่งทำให้เธอ ตกลงใจศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง
และนี่คือผลจากการศึกษาของคุณปราณี ที่เธอมอบลิขสิทธิ์ให้กับเราเพื่อ
นำมาเผยแพร่เป็นวิทยาทาน สู่คุณผู้อ่านครับ
คิดถึงตัวเอง (ก่อน)
คนเป็นแม่ย่อมจะคิดถึงอนาคตของลูกเป็นอันดับแรก แต่ข้อแนะนำ
ข้อแรกจากการศึกษาของคุณปราณีในการวางแผนส่งลูกเรียนนอก
คือ ต้อง ไม่ลืมคิดถึงอนาคตของตนเองด้วย ฟังเผินๆ เหมือนจะเห็นแก่ตัวไปสักหน่อย
แต่ต้องไม่ลืมว่าลูกๆ มีเวลา โอกาส และแรงที่จะทำงานหาเงินได้มากกว่า
พ่อแม่ที่แก่เฒ่าลงทุกวันมิใช่หรือ เพราะฉะนั้น ก่อนจะวางแผนสะสมเงินทุน
การศึกษาให้ลูก คุณแม่ต้องรู้จักเจียดเงินส่วนหนึ่งไว้ใช้ยามเกษียณด้วย
(ตรงนี้หนุ่มน้อยที่มีจิตใจดีงามเอามากๆ รายหนึ่งบอกว่า
ที่คุณแม่ทำเช่นนี้ ถือว่าเป็นการช่วยลูกอีกทางหนึ่ง เพราะช่วยลดภาระทางการเงินของลูก
ในส่วนที่จะต้องดูแลพ่อแม่ โอ้....ช่างมีจิตใจประเสริฐเป็นยิ่งนัก)
เริ่มกันได้...ก่อนเกิด
หากหวังจะให้ลูกเป็นนักเรียนนอก อย่าไปเสียเวลากับการรอให้ลูกโต
เสียก่อน ที่ควรทำคือเริ่มต้นวางแผนออมเงินได้ทันทีที่ลูกลืมตาดูโลก
แต่จะเลิศยิ่งไปกว่านั้น หากจะเตรียมการกันไว้ก่อนลูกจะเกิด
ยิ่ง (เริ่ม) เร็วยิ่งดี และนั่นคือหลักพื้นฐานของการออมเงิน
เพราะเงินเพียง เล็กน้อยสามารถเพิ่มค่า ได้อย่างน่าพึงใจ
หากเลือกลงสะสมเงินในกองทุนที่มั่นคงให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ
ตัวอย่างเช่น ลงทุนทุกเดือนๆ ละ 10,000 บาท ในกองทุนที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยร้อยละ
8 ภายในเวลา 18 ปี เงินสะสมในกองทุนจะเพิ่มมากขึ้นถึง
4.8 ล้านบาท (เป็นทุนการศึกษาสำหรับ สองปี)
หุ้น... เงินทุนส่งลูกเรียนนอก
เชื่อหรือไม่ว่า เพื่อให้ลูกได้เรียนมหาวิทยาลัยดีๆ ในต่างประเทศ
การ ลงทุนที่เหมาะสมที่สุดคือ การลงทุนในหุ้น เพราะการวางแผนเก็บเงินเพื่อใช้
เป็นค่าเล่าเรียนให้ลูกเป็นการลงทุนระยะยาว ถ้าหาก ต้องการให้ค่าเงินเพิ่มขึ้น
มากกว่าอัตราเงินเฟ้อ การลงุทนในตลาดหุ้นถือเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด
และเมื่อถึงเวลาที่ลูกเข้าเรียนมหาวิทยาลัยจริงๆ อาจจะนำเงินส่วนนั้น
เปลี่ยนไป ลงทุนในพันธบัตรเพื่อลดความเสี่ยงของการลงทุนลงได้บ้าง
ปลอดภัยกว่า เมื่อเป็นกองทุนรวม
กลยุทธ์การเพิ่มค่าเงินเพื่อเตรียมไว้เป็นทุนการศึกษาต่างประเทศให้ลูก
วิธีหนึ่งที่มืออาชีพแนะนำ เพราะง่ายและไม่ซับซ้อนพาให้ปวดหัว
เมื่อเทียบกับการลงทุนแบบอื่น คือลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งในการเลือกกองทุนรวม
ก็ควรสืบประวัติด้วยว่า ดำเนินการโดยมืออาชีพที่ไว้ใจได้หรือไม่
เลือกกองทุน รวม โดยดูจากผลการดำเนินงานในช่วงสามถึงห้าปีที่ผ่านมา
และเปรียบเทียบ ค่าใช้จ่ายระหว่างกองทุนที่มีนโยบาย การลงทุนในแบบเดียวกันว่า
สมเหตุ สมผลหรือไม่
ส่วนที่ห่วงว่าจะลืมหรือกลัวเสียเวลาในการติดต่อกับกองทุน
ในกรณีที่ ต้องการซื้อกองทุนเรื่อยๆ ไปทุกเดือน ขอแนะนำให้ใช้บริการธนาคารโดยหักจากบัญชีเงินฝากเป็นรายเดือน
ซึ่งเป็นการบังคับให้มีวินัยในการออม ไปในตัวอีกด้วย
มองหาความช่วยเหลือทางอื่น
จากการศึกษาของคุณปราณี ระบุว่านอกจากการออม การลงทุนในหุ้น
และการลงทุนในกองทุนรวมแล้ว ที่ไม่ควรมองข้ามคือการมองหาทางเลือกอื่น
เอาไว้ด้วย หากเกิดเหตุไม่คาดหมาย ทำให้เงินขาดมือ ฝันก็จะยังไม่สลาย
และที่คุณปราณีเตรียมการเผื่อไว้ คือ หาข้อมูลเรื่องทุนการศึกษาและแหล่ง
เงินกู้เพื่อการศึกษายังไงละครับ
แผนไหนดีที่สุด
หลังจากทราบหลักการเบื้องต้นในการวางแผนการเงินเพื่อส่งลูก
เรียนนอกได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปที่ คุณปราณีเริ่มลงมือดำเนินการอย่างเป็น
รูปธรรม และจากข้อมูลที่ศึกษามา พบว่าเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดเงิน
(ลง) ทุนจะต้องเติบโตไปพร้อมๆ กับเจ้าตัวเล็ก
ต่อไปนี้คือการจัดสรรเงินลงทุนที่สอดคล้องกับอายุของลูก
ใช้หลักกระจายความเสี่ยงว่า อายุน้อย เสี่ยง (ได้) มาก
เพราะยังมีเวลาปรับแผน รับมือกับความผันผวนที่เกิดขึ้น
แล้วค่อยๆ ลดความเสี่ยงลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น ของลูก จนถึงช่วงที่ลูกจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
เลือกการลงทุนที่เสี่ยงน้อย ที่สุด เพื่อมิให้เงินต้นหดหายไป
นี่คือแผนการลงทุนเพื่อการศึกษาต่อต่างประเทศ ตามช่วงอายุของลูกรัก
| อายุ แรกเกิด
- 4 ขวบ
ปกติแล้วช่วงเวลานี้ที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
หลังจากปลาบปลื้มชื่นชมกับสมาชิกครอบครัวคนใหม่
เจ้าตัวน้อยที่แสนจะน่ารักน่าชัง คือการดูแล ชง-ป้อนนม
ซักผ้าอ้อม คิดสูตร อาหารเสริม เพื่อให้ เจ้าตัวเล็กมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์
เรื่องไกลตัวอย่างการออมเงินเพื่อเป็นทุน การศึกษาให้ลูกได้เรียนมหาวิทยาลัยดีๆ
ในต่างประเทศเป็นเรื่องสุดท้ายที่จะคิดถึง เพราะคิดว่ายังมีเวลาอีก
18 ปีกว่าที่ลูกจะเข้ามหาวิทยาลัย ยังมีเวลา ถมเถที่จะคิดวางแผน
|
 |
แต่เวลาอีกนานนี่แหละที่เป็นกุญแจในการหาทุนการศึกษา เพื่อลูกจะได้เรียนมหาวิทยาลัยดีๆ
ในต่างประเทศ มืออาชีพแนะว่าควรแบ่งเงินที่จะลงทุนออกเป็นสองส่วนคือ
80 : 20
เงินทุนร้อยละ 80 ลงไว้ในตลาดหุ้นที่มีความเสี่ยงมาก
แต่ให้ผล ตอบแทนสูงกว่า เหมาะกับการลงทุนในระยะยาว ส่วนร้อยละ
20 ลงใน ตราสารที่มีอายุและความเสี่ยงปานกลาง เช่น กองทุนรวมผสม
(ลงทุนในหุ้น และตราสารหนี้)
แม้จะเสี่ยงอยู่สักหน่อย แต่การลงทุนในตลาดหุ้นระยะยาวๆ
นานกว่า สิบปีแบบนี้ ผลตอบแทนที่ได้มักจะเป็นบวก
| อายุ 5
- 8 ขวบ
ถ้าเริ่มลงทุนมาตั้งแต่ลูกอายุไม่ถึงห้าขวบ
ก็อาจจะไม่ต้องไปปรับเปลี่ยน แผนมากนัก จะปล่อยให้เป็นไปแบบเดิมก็ได้
แต่ถ้าคิดจะลงทุนให้ลูกใน ช่วงอายุนี้ มืออาชีพแนะนำให้ลดความเสี่ยงลงสักนิด
เพราะเวลาที่หายไป ในช่วงต้น อาจทำให้ไม่สามารถชดเชยการลดลงของตลาดหุ้นที่อาจจะเกิดขึ้น
ได้ ดังนั้นการลงทุนในสัดส่วน ร้อยละ 75 : ร้อยละ
25 น่าจะปลอดภัย กว่า โดยลงเงินร้อยละ 75 ใน ตลาดหลักทรัพย์
อีกร้อยละ 25 ลงใน ตราสาร หรือกองทุนรวม |
 |
อ้อ...กลุ่มกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงปานกลาง เรียกกันว่า
กองทุนประเภทผสม (Balanced) ซึ่ง กองทุนรวมประเภทนี้
จะลงทุนในหุ้นและตราสารแห่งหนี้ มักให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและสูงกว่าผลตอบแทนเฉลี่ย
ของเงินฝาก
| อายุ 9
- 13 ปี
ช่วงนี้ พรีทีน วัยฮอร์โมนเปลี่ยนของเจ้าตัวเล็ก
จากเด็กประถมเป็นมัธยม ช่วงนี้ถ้าคุณแม่และคุณพ่อที่รักยังไม่ได้เริ่มวางแผนลงทุนเพื่อการศึกษา
ให้ลูก บอกได้เลยว่าน่าเป็นห่วง และถึงเวลาที่จะต้องเอาจริงกันแล้ว
แต่ อย่าท้อ เนื่องจากมืออาชีพยืนยันว่าด้วยเงินลงทุนเดือนละ
20,000 บาท ในช่วง เวลา 8 ปี สามารถงอกเงยขยายผลเป็นเงินทุนเพื่อการศึกษาขนาด
ส่งเรียนมหาวิทยาลัยดีๆ ในต่างประเทศได้ เพราะเงินก้อนนี้สามารถเพิ่มเป็น
เกือบสามล้านบาทได้ |
 |
อย่างไรก็ตาม แผนการลงทุนต้องระมัดระวังมากหน่อย คำเตือนนี้ฝากถึง
รายที่ลงทุนกันมาตั้งแต่เนิ่นๆด้วย เพราะลูกจะเข้ามหาวิทยาลัยในอีกหกถึง
แปดปีเท่านั้น แต่ขอย้ำว่าเวลาแค่นี้พอจะทำให้เงิน ลงทุนเพิ่มได้ตามจำนวนที่
ต้องการได้ เพื่อให้เป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้ คำแนะนำคือแบ่งเงินเพื่อลงทุนออก
สามส่วน ร้อยละ 25 ลงทุนในตลาดหุ้น เพิ่มเงินลงทุนในหลักทรัพย์
หรือกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงปานกลางเป็นร้อยละ 50 ส่วนที่เหลืออีก
ร้อยละ 25 เลือกหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อย เช่น กองทุนรวมตราสารหนี้
เพราะถ้าตลาดฯ ผันผวน จะได้ไม่เสียมากเกินไป
| อายุ 14
- 16 ปี
ที่ควรทำในช่วงเวลาที่เหลือเพียงน้อยนิดนี้คือ
ระวังไม่ให้เสียงินทุนไปกับความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์และควรบริหารเงินทุนให้เพิ่มมากที่สุด
ซึ่งหลังจากปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมาถึงขนาดนี้ ที่ทำได้คือปรับสัดส่วนเงิน
ลงทุนเพื่อการศึกษาออกเป็นสามส่วน สองส่วนแรกคิดเป็นร้อยละ
25 (ต่อ หนึ่งส่วน) แยกลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยและที่มีความเสี่ยง
ปานกลาง ส่วนที่เหลือร้อยละ 50 นำไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล
และช่วงที่เหมาะที่สุดในการปรับสัดส่วนการลงทุนมาเป็นแบบนี้
คือเมื่อลูกขึ้น ม. 6 |
 |
ส่วนพันธบัตรรัฐบาลที่ควรซื้อ ก็เลือกที่มีอายุอยู่ระหว่างสามถึงสี่ปี
เพราะให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรระยะสั้นและได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
ซึ่งใช้เป็น ค่าเทอมได้อีกด้วย โดยที่เงินทุนอีกสองส่วนยังคงให้ผลตอบแทนอยู่
| อายุ 17
- 22 ปี
อย่าคิดว่าแค่เตรียมทุนให้ลูกเรียนมหาวิทยาลัย
จบปริญญาตรีก็พอแล้ว เพราะวิถีชีวิตที่ต้องแข่งขันเช่นในปัจจุบัน
เป็นที่ยอมรับกันว่าวุฒิการศึกษา เป็นปัจจัยสำคัญช่วยเพิ่มโอกาสของความสำเร็จในชีวิตการทำงาน
ดังนั้น คุณแม่ จึงควรมองการให้ไกลไปอีกนิด เตรียมทุนให้ลูกเรียนในระดับสูงกว่า
ปริญญาตรี เอาไว้ด้วย (น่าจะดี) สำหรับคุณแม่ที่มีวิสัยทัศน์เช่นนี้
ขอแนะนำให้แบ่งเงินทุนเพื่อการศึกษา ของลูกออกเป็นสองส่วน
ร้อยละ 80 นำไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลอายุสองถึงสามปี
ส่วนร้อยละ 20 นำไปลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ผล ตอบแทนมากกว่าเงินฝาก
แต่มีระดับความเสี่ยงไม่มากนัก แบบนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการลงทุนของคุณ
ได้มากที่สุด |
 |
ทั้งหมดนี้คือแผนการเงินเพื่อหาทุนให้ลูกอันเป็นที่รักได้ศึกษาต่อต่างประเทศในมหาวิทยาลัยดีๆ
ที่คุณปราณีศึกษาหาข้อมูลมา และเพื่อให้ บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
สิ่งแรกที่คุณปราณีต้องเริ่มดำเนินการ คือ มองหาผู้ชาย ที่จะมารับบทพ่อของลูกให้ได้เสียก่อน
|